สพฐ. เดินหน้าลดภาระงานครู “ปรับ-ลด-ปลดล็อก” งานเอกสาร-ประเมิน มุ่งคืนเวลาสอนให้ครู
สรุปข่าวการศึกษา: สพฐ. เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ลุยลดภาระงานครูด้านเอกสารและการประเมิน ชูแนวทาง "ปรับ ลด ปลดล็อก" มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ลดความซ้ำซ้อน เพื่อคืนเวลาให้คุณครูได้ปฏิบัติหน้าที่หลักด้านการสอนอย่างเต็มศักยภาพครับ

การประชุมชี้แจงแนวทางลดภาระงานครู
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานในการประชุมชี้แจงแนวทางลดภาระงานครู ตามประกาศแนวทางลดภาระงานครู ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้นโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win)
โดยมี นายนรินธรณ์ เซ่งล้ำ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางสาวธนัญญา แสงทอง รองผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม DOC อาคาร สพฐ. 5 ชั้น 9 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านทางระบบออนไลน์ Zoom Meeting
3 แนวทางปฏิบัติ "ปรับ-ลด-ปลดล็อก"
- 1. ปรับ: ปรับรูปแบบและวิธีการดำเนินงาน โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูลกลาง (Big Data) เพื่อลดการใช้เอกสารกระดาษ
- 2. ลด: ลดการรายงานและการประเมินที่ซ้ำซ้อน โดยให้หน่วยงานใช้ข้อมูลร่วมกัน ลดความถี่ในการประเมิน พร้อมบูรณาการตัวชี้วัด
- 3. ปลดล็อก: ปลดล็อกกฎ ระเบียบ และยกเลิกการประเมินที่เน้นเอกสารหรือการจัดนิทรรศการ โดยเปลี่ยนไปมุ่งเน้นผลลัพธ์ของการจัดการเรียนรู้เป็นสำคัญ
ผลสัมฤทธิ์การลดภาระงานระดับเขตพื้นที่และส่วนกลาง
สพฐ. ดำเนินนโยบายลดภาระการประเมินและงานซ้ำซ้อนของสถานศึกษา ปีงบประมาณ 2568–2569 อย่างเป็นรูปธรรม โดยในระดับเขตพื้นที่ พบว่ามีโครงการหรือภาระงานรวม 17,692 รายการ สามารถปรับลดภาระได้ถึง 12,711 รายการ ด้วยการบูรณาการตามแนวทาง “6ล” ได้แก่ ลด/เลิกโครงการซ้ำซ้อน, ลดปริมาณข้อมูล, ลดการเก็บข้อมูลซ้ำ, ลดเอกสารกระดาษ, ลดขั้นตอนการประเมิน และลดความถี่การติดตาม
นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น e-Office, Google Form, Cloud และ Big Data มาช่วยลดงานซ้ำซ้อนได้กว่า 9,555 รายการ ทำให้สามารถบันทึกข้อมูลเพียงครั้งเดียวแต่ใช้งานได้หลายส่วนงาน ขณะที่ในระดับส่วนกลาง 16 สำนัก สามารถปรับลดโครงการลงได้ถึงร้อยละ 70.17 พร้อมกันนี้ได้พัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลผู้จบการศึกษาบน Cloud ที่เชื่อมโยงข้อมูลทุกระดับ ทำให้โรงเรียนสามารถรายงานผลจบการศึกษาได้ภายใน 30 วัน
การดำเนินงานทั้งหมดนี้ส่งผลให้สถานศึกษาสามารถลดงานเอกสาร ลดความซ้ำซ้อน มีความรวดเร็วและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ทำให้คุณครูได้มีเวลาโฟกัสกับการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนอย่างเต็มที่ และเมื่อภาระงานประเมินต่างๆ ถูกปลดล็อก คุณครูก็จะมีเวลาในการวางแผนความก้าวหน้าในวิชาชีพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถเข้ามาใช้งาน โปรแกรมคำนวณเลื่อนเงินเดือนครู 2569 ทุกวิทยฐานะ ฐานใหม่ ว8/2567 เพื่อคำนวณและเตรียมตัวสำหรับการเลื่อนวิทยฐานะและฐานเงินเดือนใหม่ได้อย่างแม่นยำครับ
แหล่งที่มาและเอกสารอ้างอิง:
ข่าว: อัจฉรา ทั่งโม / ภาพ: เวทย์ มุสิสวัสดิ์ ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เฟซบุ๊กแฟนเพจ ประชาสัมพันธ์ สพฐ. (16 มีนาคม 2569)

