30 เม.ย. 2569โค้งสุดท้าย! เช็กผลย้ายครู 2569 รอบ 1 ประกาศแล้ว 229 เขต เช็กรายชื่อ 17 เขตที่รอประกาศ 29 เม.ย. 2569เกาะติด! ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดเลย (สพป.เลย 1-3 / สพม.เลย หนองบัวลำภู) 29 เม.ย. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1-3 และ สพม.สุราษฎร์ธานี ) 29 เม.ย. 2569เกาะติด! ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดศรีสะเกษ (สพป.ศรีสะเกษ 1-4 / สพม.ศรีสะเกษ ยโสธร) 29 เม.ย. 2569เกาะติด! ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดน่าน (สพป.น่าน 1-2 / สพม.น่าน) 29 เม.ย. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดสมุทรสาคร (สพป.สมุทรสาคร / สพม.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม) 29 เม.ย. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2569 จังหวัดสุพรรณบุรี 29 เม.ย. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2569 จังหวัดอ่างทอง 29 เม.ย. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดอ่างทอง (สพป.อ่างทอง) 29 เม.ย. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดพิษณุโลก 2569
ข่าวการศึกษา >
การเข้าสู่วิชาชีพครูในประเทศไทย

ครู คือ บุคคลตั้งต้นคุณภาพการศึกษา เพราะคุณภาพการศึกษาไม่มีวันจะดีไปกว่าคุณภาพของครูไปได้ (Sir Michael Barber,2009) การจะทำให้คุณภาพการศึกษาดีได้ จะต้องเริ่มจากการคัดเลือก “คนดี” และ “คนเก่ง” ให้เข้ามาสู่วิชาชีพครู นั่นคือ หลักคิดที่สำคัญที่ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพชั้นนำของโลก จะใช้แนวทางนี้
ประเทศไทย ก็เชื่อมั่นในแนวทางนี้เช่นเดียวกัน จึงมีกฏหมายกำหนดให้
บุคคลสัญชาติใดก็ตามที่ประสงค์จะมาประกอบวิชาชีพครู ในประเทศไทย จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดย สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ทุกคน และทุกคนจะต้องมีสมรรถนะพื้นฐานทางวิชาชีพที่เชื่อมั่นได้ว่าจะเป็นครูที่ดีและมีคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมืออาชีพ เมื่อบุคคลนั้นได้รับการประเมินสมรรถนะอันประกอบด้วย ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skill) คุณลักษณะ (Attributes) และเจตคติ (Attitude) ที่เหมาะสมแล้วจะได้รับใบประกอบวิชาชีพครู (Teaching License) จาก สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
เส้นทางการเข้าสู่วิชาชีพครูในประเทศไทยที่เป็นเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด คือ เข้าเรียนในหลักสูตรระดับปริญญาตรีหรือโทหรือเอกทางการศึกษาและหลักสูตรนั้นจะต้องได้รับการรับรองจาก สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งระดับปริญญาตรีจะมีทั้งหลักสูตร 4 ปี และหลักสูตร 5 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรไม่ว่าจะระดับใดแล้วก็ตาม จะได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน (Provisional Teaching License : P - License) ซึ่งสามารถนำไปประกอบเป็นหลักฐานการสมัครสอบเข้ารับราชการเป็นครูได้ทุกสังกัดหรือไปเป็นครูในโรงเรียนเอกชนทั่วไป และโรงเรียนนานาชาติได้ แต่จะมีอายุใช้งานได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ระหว่างทางจะต้องพยายามสอบรับใบประกอบวิชาชีพครูระดับ Basic Teaching License : B - License ให้ได้
การเข้าสู่วิชาชีพครูสำหรับบุคคลที่สนใจจะเข้าสู่วิชาชีพครูในประเทศไทย ซึ่งอาจจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ อาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 บุคคลที่เป็นครูในสถานศึกษาเอกชน ประเภทโรงเรียนทั่วไป โรงเรียนนานาชาติ(ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติทุกสัญชาติ) รวมถึงศูนย์เด็กเล็ก และกลุ่มครูอัตราจ้าง กลุ่มครูเหล่านี้ จะต้องขออนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครูโดยขอยกเว้นการมีใบประกอบวิชาชีพเป็นการชั่วคราว ซึ่ง สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะอนุญาตให้คราวละสองปี
กลุ่มที่ 2 บุคคลที่ยังไม่ได้เป็นครู แต่สนใจที่จะเป็นครู และสำเร็จการศึกษาจากคณะต่าง ๆ กลุ่มนี้ยังไม่ได้ทำหน้าที่สอนในสถานศึกษาใด ๆ เลย
บุคคลกลุ่มที่ 1 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กำลังดำเนินการเร่งรัด และเชิญชวนให้ท่านที่ขอรับการผ่อนผันการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะต้องพยายามทำให้ได้มาซึ่ง Basic Teaching License โดยเร็ว ท่านมีทางเลือกอยู่ 3 ทางเลือก ประกอบด้วย (1) การไปเรียนปริญญาตรี หรือปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางการศึกษาหรือทางการสอน ในหลักสูตรที่ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ให้การรับรอง (2) การไปเรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการสอน (หลักสูตรนี้อนุญาตเฉพาะคนที่กำลังสอนอยู่ในโรงเรียนแล้วเท่านั้นเข้าเรียนได้ หากยังไม่ได้ทำหน้าที่สอนในปัจจุบันจะสมัครเข้าเรียนไม่ได้) (3) การเข้าเรียนในหลักสูตรที่ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กำลังจะเปิดให้สมัครเรียนผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 7 Modules เมื่อเรียนจบในทั้งสามทางเลือกนั้นแล้ว ทุกคนจะต้องเข้ารับการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตามระบบ ไม่ว่าท่านจะเป็นชาวไทย หรือ ชาวต่างชาติ จะต้องดำเนินการเช่นนี้ทุกคน
บุคคลกลุ่มที่ 2 ท่านไม่มีทางลัดใด ๆ ที่จะเข้าประกอบวิชาชีพครู ท่านจะต้องเรียนปริญญาตรี หรือปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางการศึกษาหรือทางการสอน ในหลักสูตรที่ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ให้การรับรองเมื่อเรียนจบแล้ว จะต้องเข้ารับการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตามระบบ ท่านไม่สามารถเข้าเรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการสอนได้ รวมถึงไม่สามารถเข้ารับการอบรมมาตรฐานความรู้ 7 Modules แบบออนไลน์ ได้ เพราะหลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิตและหลักสูตรอบรม 7 Modules พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาครูที่ได้รับการผ่อนผันการปฏิบัติหน้าที่ครูที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบันเท่านั้น
บุคคลกลุ่มที่ 1 กรณีที่ท่านเป็นครูมานานหรือท่านอาจจะมีสมรรถนะบางอย่างที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพครูบางมาตรฐาน ท่านสามารถรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ แล้วยื่นขอรับการเทียบประสบการณ์เพื่อขอยกเว้นการเรียนในมาตรฐานนั้น ๆ ได้ เมื่อท่านพิสูจน์แล้วว่าท่านมีสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครบ 7 มาตรฐาน จากนั้น ท่านจะมีสิทธิ์เข้ารับการสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครูแบบ Basic Teaching License ได้

กรณีครูชาวต่างชาติ ท่านอาจจะสำเร็จการศึกษามาจากประเทศของท่าน ท่านอาจจะมีคุณวุฒิทางการสอนหรือทางการศึกษา แต่ต้องยอมรับว่า หลักสูตรเหล่านั้น สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ไม่ได้ให้การรับรองว่า จะมีมาตรฐานสมรรถนะที่สอดคล้องกับสมรรถนะทางวิชาชีพของ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา หรือไม่ หรือท่านอาจจะมีใบประกอบวิชาชีพครูเฉพาะทางมาจากองค์กรสากล แต่ก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่า ภายใต้หลักการแห่งความเท่าเทียมระหว่างประเทศ ประเทศไทยยังไม่มีข้อตกลงในการยอมรับการใช้มาตรฐานวิชาชีพครู ร่วมกันกับองค์กรวิชาชีพครูหรือประเทศใด ๆ เลย จึงทำให้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ยังไม่สามารถให้การยอมรับใบประกอบวิชาชีพนั้น ๆ ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งหลักแห่งความเท่าเทียมระหว่างประเทศ จะเกิดขึ้นได้เช่น หากครูจากประเทศนั้นมาประกอบวิชาชีพครูในประเทศไทยแล้ว สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ยอมรับและออกใบประกอบวิชาชีพครูให้ภายใต้ข้อตกลงระหว่างกัน หากมีครูไทยจะไปประกอบวิชาชีพครูในประเทศนั้น ๆ ก็ย่อมจะต้องได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกัน แต่ในปัจจุบัน สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ยังไม่มีอำนาจในการที่จะยอมรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากองค์กรหรือประเทศใดๆ เลย จึงทำให้ ครูชาวต่างชาติทุกคน (ไม่ว่าจะสอนในโรงเรียน EP Program หรือ International School) จำเป็นต้องปฏิบัติตามหลักการของการควบคุมวิชาชีพครูของประเทศไทย แต่ท่านอาจจะเรียน หรืออาจจะขอเทียบโอนประสบการณ์ แต่สุดท้ายทุกคนจะต้องมาจบที่การสอบรับใบประกอบวิชาชีพครูทุกคน ไม่มีใครที่จะสามารถได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูโดยไม่ต้องสอบ ทั้งนี้การสอบจะต้องสอบผ่านทั้งสองวิชา คือ วิชาครู (Teachers’ Profession) และวิชาเอก (Major) ที่จะสอนในโรงเรียน
หวังว่าทุกท่านที่ปรารถนาจะประกอบวิชาชีพครูในประเทศไทย คงจะเข้าใจและยอมรับในหลักการของการที่ทุกประเทศ เชื่อมั่นว่า คุณภาพคนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ จุดตั้งต้นของคุณภาพคน คือ การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ และหน่วยเล็กที่สุดของการจัดการเรียนรู้คือ ห้องเรียน บุคคลที่จะดูแลห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนที่มีชีวิตและคุณภาพ คือ ครู
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จึงต้องทำหน้าที่ในการปกป้อง กลั่นกรองบุคคลที่จะเป็นครู อย่างเข้มข้นและทำให้วิชาชีพครู เป็นวิชาชีพชั้นสูง มีเกียรติ ศักดิ์ศรีและมีสมรรถนะขั้นสูงในการประกอบวิชาชีพได้อย่างมีคุณภาพ ให้สมกับความเชื่อที่ว่า “คุณภาพการศึกษา ไม่มีวันจะดีไปกว่าคุณภาพของครูไปได้” - รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร ที่ปรึกษาของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาด้านการพัฒนาวิชาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันคุรุพัฒนา
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: เฟซบุ๊ก Montree Yamkasikorn