กบข. เตรียม 2.49 หมื่นล้านบาท จ่ายสมาชิกเกษียณปี 2569 เฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2569 จะมีสมาชิก กบข. ที่ครบกำหนดเกษียณอายุราชการจำนวนทั้งสิ้น 16,233 ราย จากจำนวนสมาชิกในระบบทั้งหมดประมาณ 1.29 ล้านราย
ทาง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการสภาพคล่อง โดยเตรียมเงินสำหรับจ่ายให้สมาชิกกลุ่มเกษียณดังกล่าวรวมประมาณ 24,950 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ประกอบด้วย เงินออมสะสมของสมาชิก เงินสมทบจากภาครัฐ และผลตอบแทนจากการลงทุนตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในระบบ
ยอดเงินรับเฉลี่ย 1.53 ล้านบาท/ราย
สำหรับสมาชิกที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะได้รับเงินจาก กบข. เฉลี่ยประมาณ 1.53 ล้านบาทต่อราย ขณะที่มีสมาชิกที่ได้รับเงินสูงสุดอยู่ที่ 7.86 ล้านบาท ทั้งนี้ จำนวนเงินที่สมาชิกแต่ละรายจะได้รับนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ระยะเวลาการเป็นสมาชิก กบข., ระดับเงินเดือน, อัตราการออมเงินสะสม, การเลือกแผนการลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับสะสมมา
เปิด 4 ทางเลือกบริหารเงินหลังเกษียณ
กบข. ระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีสมาชิกที่เกษียณอายุราชการแล้วแจ้งความประสงค์ขอให้ กบข. บริหารเงินต่อ หรือเลือก 'ออมต่อ' มีสัดส่วนประมาณ 9% ของผู้ที่แจ้งความประสงค์แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสัดส่วนดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี โดย กบข. มีทางเลือกสำหรับบริหารเงินหลังเกษียณให้สมาชิกเลือกได้ 4 รูปแบบ ดังนี้
- ออมต่อทั้งจำนวน: ให้ กบข. บริหารจัดการเงินกองทุนทั้งหมดต่อไปเพื่อสร้างผลตอบแทน
- ทยอยรับเงินเป็นงวด: เลือกรับเงินก้อนเป็นงวดๆ เช่น จ่ายเป็นรายเดือน, ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน หรือรายปี
- รับเงินบางส่วน และให้ กบข. บริหารส่วนที่เหลือต่อ: นำเงินก้อนออกมาใช้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือเก็บไว้รับผลตอบแทนต่อ
- รับเงินบางส่วน และทยอยรับส่วนที่เหลือเป็นงวดๆ: นำเงินก้อนออกมาส่วนหนึ่ง ที่เหลือรับเป็นเงินงวด
ทั้งนี้ สมาชิกที่เลือกออมต่อกับ กบข. ยังคงรักษาสิทธิในการเปลี่ยนแผนการลงทุนได้สูงสุดถึง 12 ครั้งต่อปี และสามารถขอเปลี่ยนรูปแบบการรับเงินคืนได้ 2 ครั้งต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการใช้เงินของแต่ละบุคคล
