ปฏิรูปใหญ่! เตรียมปรับเงินเดือนข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบ ชดเชยภาระงาน หลังดันแผนเออร์ลี่รีไทร์ เบรกขยายเกษียณ 60 ปี
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เร่งจัดทำแผนเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ "เออร์ลี่รีไทร์ (Early Retire)" เพื่อลดจำนวนข้าราชการให้เหมาะสม และเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลตามมาตรฐาน OECD
เตรียมปรับเงินเดือนข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบ
ประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อสามารถปรับจำนวนบุคลากรภาครัฐให้ลดลงและเหมาะสมได้แล้ว "รัฐบาลจะเดินหน้าปรับโครงสร้างค่าตอบแทนใหม่"
"ข้าราชการที่ยังปฏิบัติงานอยู่และมีภาระงานเพิ่มขึ้น ควรได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่เหมาะสม สอดคล้องกับภารกิจและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน"
ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าปรับโครงสร้างภาครัฐให้มีขนาดเหมาะสม ทันสมัย คล่องตัว พร้อมสร้างระบบค่าตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อให้ข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
เหตุผลที่ต้องลดคน และเบรกขยายเกษียณ 60 ปี
- ใช้ AI ทำงานแทน: ระบบราชการเดิมเน้นการควบคุมหลายขั้นตอนทำให้ใช้คนมาก แต่เมื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ Agentic AI มาใช้ จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานได้มหาศาล (เช่น นิวซีแลนด์ที่ลดข้าราชการได้กว่า 8,700 คนใน 1 ปี)
- ไม่เห็นด้วยขยายเกษียณเกิน 60 ปี: มองว่าเป็นการเลื่อนปัญหาออกไปมากกว่าแก้ปัญหา และหากขยายอายุเกษียณจะส่งผลให้ตำแหน่งงานว่างลดลง ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบราชการได้ยากขึ้น
- ส่งเสริมงานผู้เกษียณ: มีแนวทางส่งเสริมการจ้างงานผู้เกษียณในตลาดเฉพาะทาง (Niche Market) ให้ผู้สูงอายุมีรายได้เสริมและไม่จำเป็นต้องทำงานเต็มเวลาตลอดชีวิต
กางแผน Re-skill ข้าราชการรับยุคดิจิทัล
นอกจากนี้ ก.พ. ได้กำหนดกรอบการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับข้าราชการในช่วงปี 2566-2570 ครอบคลุม 7 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ความรู้และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 2) การกำกับดูแลและกฎหมายดิจิทัล 3) ภาวะผู้นำด้านดิจิทัล 4) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนางาน 5) การพัฒนานวัตกรรมบริการภาครัฐ 6) การใช้และแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน และ 7) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
