หนุนรัฐ ‘เออร์ลี่รีไทร์’ ข้าราชการ ชงรื้อใหญ่ ‘ยุทธศาสตร์กำลังคน’ แก้ปม ‘งานล้นคน-คนล้นงาน’
นักวิชาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แนะรองนายกรัฐมนตรี มองให้ไกลกว่า "แผนเกษียณก่อนกำหนดเพื่อลดข้าราชการ" แต่ให้ใช้โอกาสนี้ทบทวน "ยุทธศาสตร์อัตรากำลังคนภาครัฐ" เพื่อการวางแผนกำลังคนให้เพียงพอกับภาระงานในระยะยาว พร้อมชง 3 ข้อเสนอปฏิรูปทั้งระบบ จบปัญหางานล้นคน-คนล้นงานแบบตรงจุด
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 รศ. ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ หัวหน้าสาขาวิชาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งให้สำนักงาน ก.พ. ทำการศึกษาแผนเกษียณก่อนกำหนด (Early Retire) เพราะเป็นการทบทวนอัตรากำลังคนภาครัฐที่ถูกละเลยมานาน 10–20 ปี
แต่หากจะให้เกิดผลดีสูงสุด ควรใช้โอกาสนี้เดินหน้าทบทวน "แผนยุทธศาสตร์อัตรากำลังคนภาครัฐไทย" เพื่อปฏิรูปทั้งระบบ ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนกำลังคนมีประสิทธิภาพในระยะยาว และทำให้ทุกหน่วยงานมีจำนวนข้าราชการที่สอดคล้องกับปริมาณงานจริงๆ
3 ข้อเสนอปฏิรูปกำลังคนภาครัฐทั้งระบบ
1. มองให้ครอบคลุม "ทั้งระบบ"
ก.พ. ควรใช้ข้อมูลของข้าราชการทั้งระบบมาพิจารณาวางแผน เพื่อให้ได้สภาพการณ์จริง ที่ผ่านมา ก.พ. มีแนวโน้มมองเพียงข้าราชการส่วนกลาง โดยไม่ได้คำนึงถึงข้าราชการท้องถิ่น หรือเจาะลึกลักษณะงานสายวิชาชีพเฉพาะ เช่น สายแพทย์ต้องการเพิ่มเท่าไหร่ ทำให้บางหน่วยงานเจอปัญหางานล้นคน แต่บางหน่วยงานก็คนล้นงาน ไทยมีข้าราชการหลายประเภท ทั้งทหาร ตำรวจ ครู แพทย์ ท้องถิ่น จึงไม่ควรมองแค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง
2. เลิกใช้นโยบายแบบ "ตัดเสื้อโหล"
รัฐบาล และ ก.พ. ไม่ควรเลือกแนวทางเดียวมาบังคับใช้กับทุกหน่วยงาน เช่น การใช้นโยบายเกษียณก่อนกำหนดกับทุกคน แล้วมองข้ามการขยายอายุเกษียณข้าราชการ เพราะอาจแก้ปัญหาคนล้นงานได้ในบางหน่วย แต่กลับไปซ้ำเติมปัญหางานล้นคนในบางหน่วยงานให้หนักขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่กำลังขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก
3. ลดความทับซ้อนของบทบาทหน้าที่
ภาครัฐควรแบ่งบทบาทหน้าที่หลักของ ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้ชัดเจน ปัจจุบันส่วนกลางกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น แต่หน่วยงานส่วนกลางและภูมิภาคยังมีขนาดเท่าเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นคือการจัดบริการสาธารณะมีความทับซ้อนกัน เช่น เรื่องถนน ที่มีทั้งกรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, อบต., เทศบาล, อบจ., กองทัพ และกรมชลประทาน รับผิดชอบ
“ตอนนี้หลายหน่วยงานพยายามดิ้นรนหาคนมาให้พอกับภาระงาน บางแห่งพอมีคนเกษียณยังหาคนแทนไม่ได้ ต้องใช้งบจ้างข้าราชการที่เกษียณมาเป็นที่ปรึกษา ถ้ารัฐจะให้หน่วยงานใช้วิธีนี้แก้ปัญหา ก็ควรมีมาตรการมาสนับสนุนให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างคนต่างดิ้นรนกันเอง” รศ. ดร.วสันต์ กล่าวสรุป
