01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ สพป.กาญจนบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ กรุงเทพมหานคร ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ สพป.กระบี่ ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2569 จังหวัดศรีสะเกษ 30 เม.ย. 2569คุรุสภา ประกาศให้พิมพ์บัตรเข้าสอบวิชาชีพครู ครั้งที่ 1/2569 (เริ่ม 30 เมษายน 2569) 30 เม.ย. 2569เกาะติด! ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดสระบุรี (สพป.สระบุรี เขต 1-2 / สพม.สระบุรี) 30 เม.ย. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2569 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) 30 เม.ย. 2569ประกาศโรงเรียนเจ้าพระยาวิทยาคม รับสมัครบุคคลเพื่อเป็นครูอัตราจ้าง วิชาภาษาจีน (17 เม.ย.-7 พ.ค. 69) 30 เม.ย. 2569ข่าวดีรับเปิดเทอม! อ.ก.ค.ศ.ร้อยเอ็ด เขต 3 ไฟเขียวอนุมัติวิทยฐานะครู 17 ราย เช็กผลประเมินที่นี่ 30 เม.ย. 2569เกาะติด! ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์ (สพป.กส. 1-3 / สพม.กส.)
ข่าวการศึกษา >
ก.ค.ศ. ยืนยัน PA ลดเอกสารจริง ให้ครูโฟกัสที่ชั้นเรียน กมธ.แนะให้เร่งทำความเข้าใจ ทำคลิปตัวอย่าง

ก.ค.ศ. ยืนยัน PA ลดเอกสารจริง ให้ครูโฟกัสที่ชั้นเรียน กมธ.แนะให้เร่งทำความเข้าใจ ทำคลิปตัวอย่าง
ตามที่ รศ.ดร.สุรวาท ทองบุ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรเพื่อหารือ หาทางช่วยเหลือ แก้ปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของครู จากการรับคำสั่งหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานภายนอกอื่น ให้ปฏิบัติงานล้นกำลังที่จะปฏิบัติการได้ เบียดบังเวลาในการจัดการเรียนการสอน ขาดขวัญกำลังใจ โดยขอให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเป็นวาระเร่งด่วน
การประชุม กมธ.กรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ได้เชิญตัวแทน สพฐ. และ ก.ค.ศ. รวมทั้งตัวแทนครู มาร่วมประชุมเพื่อหารือหาทางช่วยเหลือตามหนังสือที่ยื่น โดย รศ.ดร. สุรวาท ทองบุ ได้ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอประเด็นหารือเพื่อแก้ปัญหาภาระงานครูล้นและปัญหาการประเมินวิทยฐานะแบบ PA กับ สพฐ. และ ก.ค.ศ. ดังนี้
ข้อสังเกตและข้อเสนอประเด็นหารือกับ สพฐ.
1. สพฐ. ควรยกเลิกหรืองดโครงการ กิจกรรมที่ทำให้โรงเรียนได้รับคำสั่งให้ดำเนินการซึ่งเป็นการเบียดบังเวลาในการจัดการเรียนการสอนของครู เช่น การสำรวจ การประชุมชี้แจง การอบรม การสัมมนา การรับนิเทศติดตาม การรายงาน การรับประเมิน การประกวด การแข่งขัน จัดแสดงผลงาน เป็นต้น
2. หากยังจำเป็นต้องดำเนินโครงการหรือกิจกรรม ควรปรับกิจกรรมหรือโครงการไม่ต้องให้ดำเนินการตามข้อ 1 หรือทำเท่าที่จำเป็น
3. ควรลดงบประมาณค่าดำเนินงาน ในโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ของ สพฐ. จาก 1.5 หมื่นล้านบาท เหลือ 500 ล้านบาท แล้วนำไปจัดสรรให้กับโรงเรียน
4. ลดบุคลากร ของ สพฐ. และเขตพื้นที่ให้เหลือน้อยที่สุด แล้วโอนบุคลากรไปที่โรงเรียนและโอนงบประมาณไปตั้งไว้ที่โรงเรียนให้มากที่สุด
5. ควรมีการบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษา ธุรการ ภารโรง และบุคลากรอื่นให้ครบโรงเรียน บรรจุแต่งตั้งครูให้ครบชั้น ครบวิชา เป็นไปตามหลักเกณฑ์อัตรากำลังของโรงเรียน (ว23)
จากข้อหารือในประเด็นที่เสนอ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. ตัวแทน สพฐ. รับไปพิจารณา
ส่วนข้อสังเกตและข้อเสนอประเด็นหารือกับ ก.ค.ศ.
1. การดำเนินการตามข้อตกลงจะส่งผลต่อคุณภาพนักเรียนจริงหรือไม่ และครูได้รับการพัฒนาจริงหรือไม่
2. การเตรียมการรับการประเมินตามลักษณะงานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง ริเริ่ม พัฒนา (Originate & Improve) ครูต้องเสียเวลาในการเตรียมหลักฐาน เอกสาร มากเช่นเดิมหรือไม่
3. รอบการประเมินไม่สอดคล้องกันระหว่างปีงบประมาณกับปีการศึกษา เนื่องจากการทำข้อตกลงในการพัฒนางานจัดทำตามปีงปบประมาณ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 30 กันยายนของปีถัดไป ในขณะที่การวางแผนการจัดการเรียนการสอนมีการเปิดภาคการศึกษา 16 พฤษภาคม – 30 เมษายน ของปีถัดไป จะพิจารณาอย่างไร
4. การประเมินใช้กรรมการจำนวนมาก จะมีปัญหาในการบริการจัดการ มีผู้ทรงคุณวุฒิและงบประมาณในการดำเนินงานหรือไม่
5. การจัดทำไฟล์นำเสนอวีดิทัศน์บันทึกการสอน และไฟล์นำเสนอวีดิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงปัญหา ที่มา หรือแรงบันดาลใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กำหนดเงื่อนไขจุกจิกเกินไปหรือไม่
6. ระยะเวลาในการขอเลื่อนวิทยฐานะ และเกณฑ์การลดเวลา อาจผ่านได้ยาก เพราะต้องได้รับผลการประเมินปฏิบัติงานในระดับดีเด่น 4 รอบ ยากเกินไปหรือไม่
รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมต่อกรรมาธิการ ดังนี้
1. ก.ค.ศ.ยืนยันในหลักการหากครูดำเนินการตามข้อตกลงจะส่งผลต่อคุณภาพนักเรียนและครูได้รับการพัฒนาจริง
2. การเตรียมการรับการประเมินตามลักษณะงานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง ริเริ่ม พัฒนา (Originate & Improve) ครูไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมหลักฐาน เอกสาร เพราะการดำเนินการต่าง ๆ ครูต้องทำอยู่แล้ว โดยมีผู้บริหารติดตามรับรู้การปฏิบัติงานตลอดปีเป็นระยะ ครูไม่ต้องเก็บร่องรอย หลักฐานยุ่งยากอีกต่อไป
3. การส่งไฟล์นำเสนอการสอนและไฟล์นำเสนอปัญหา ที่มา หรือแรงบันดาลใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จะส่งกรณีขอเลื่อนวิทยฐานะสูงขึ้นเท่านั้น
4. กรรมการที่ใช้ในการประเมินประจำปีเพื่อเลื่อนเงินเดือนและคงวิทยฐานะ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา และอีก 2 คน จากผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นศึกษานิเทศก์หรือเคยเป็นศึกษานิเทศก์ (วิทยฐานะไม่ต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ) ผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษา (ไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์) ครูผู้สอน (ไม่ต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ) ผู้ทรงคุณวุฒินอกสถานศึกษา (มีความรู้ความเหมาะสม) ส่วนกรรมการที่ใช้ในการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ก.ค.ศ. จะคัดเลือกผู้ประเมินไว้ตามคุณสมบัติและจะมีการสุ่มผู้ประเมินจากระบบของ ก.ค.ศ.
ส่วนประเด็นรอบการประเมินไม่สอดคล้องกันระหว่างปีงบประมาณกับปีการศึกษา และประเด็นเกณฑ์การลดเวลาขอเลื่อนวิทยฐานะ ก.ค.ศ. รับไปพิจารณา พร้อมนี้คณะกรรมาธิการการศึกษาและตัวแทนครูได้ร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลายเพื่อหารือทำความเข้าใจร่วมกัน
ทั้งนี้ รศ.ดร.สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการการศึกษา ได้ให้ข้อเสนอต่อ ก.ค.ศ. และ สพฐ. เพื่อพิจารณาเพิ่มเติมดังนี้
1. ควรเร่งสร้างความเข้าใจระหว่างผู้กำหนดเกณฑ์และผู้ใช้เกณฑ์ให้ตรงกัน
2. ควรทำไฟล์นำเสนอวีดิทัศน์ตัวอย่าง
3. ควรปรับเกณฑ์เพื่อใช้สำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลนบุคลากรเป็นการเฉพาะโดยให้คะแนนจากการปฏิบัติงานอื่นด้วย
4. เกณฑ์การประเมินเน้นที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนควรให้มีสัดส่วนที่สูงขึ้นและเน้นผลที่เกิดขึ้นเป็นปกติธรรมดา (Normally)
5. เกณฑ์การประเมินต้องกระตุ้นไม่ให้แช่แข็ง ขึ้นหิ้ง หรือจมปักอยู่ที่ชำนาญการพิเศษเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้
6. ควรปรับหลักเกณฑ์และวิธีการเรื่องอื่น ต้องไม่ส่งเสริมให้ สะสมแฟ้ม โล่ รางวัล ป้ายไวนิล ฟิวเจอร์บอร์ด และการขึ้นป้ายรอบรั้วโรงเรียน เช่น เกณฑ์การคัดเลือกเพื่อแต่งตั้ง ย้ายของผู้บริหารและครู เป็นต้น
7. ยกเลิกประเพณีการต้อนรับผู้ประเมินอันเป็นการยุ่งยากสิ้นเปลื้อง เช่น การขึ้นป้ายต้อนรับ การจีบผ้าประดับ จัดเลี้ยง ของที่ระลึกหรือของกำนัลทั้งหลาย และการประเมินในห้องประชุมหรือห้องจัดแสดงผลงานเปลี่ยนเป็นการประเมินในห้องเรียนจริง
ขอบคุณที่มาจาก :: เพจสุรวาท ทองบุ : Surawat Thongbu