22 มี.ค. 2569รวมลิงก์ประกาศผลการพิจารณาย้ายข้าราชการครูฯ (กรณีปกติ) ปี 2569 รอบที่ 1 ครบทุกเขตพื้นที่ทั่วประเทศ 22 มี.ค. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) 22 มี.ค. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดอุตรดิตถ์ (สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1-2) 22 มี.ค. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดอุดรธานี (สพป.อุดรธานี เขต 1-4 และ สพม.อุดรธานี) 22 มี.ค. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดอำนาจเจริญ (สพป.อำนาจเจริญ) 22 มี.ค. 2569โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพชรบูรณ์ ประกาศแนวทางปฏิบัติงาน Work from Home เพื่อลดใช้พลังงาน 22 มี.ค. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดอ่างทอง (สพป.อ่างทอง) 22 มี.ค. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดหนองบัวลำภู (สพป.หนองบัวลำภู เขต 1-2) 22 มี.ค. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดหนองคาย (สพป.หนองคาย เขต 1-2 และ สพม.หนองคาย) 22 มี.ค. 2569เกาะติด ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดสุรินทร์ (สพป.สุรินทร์ เขต 1-3 และ สพม.สุรินทร์)
ข่าวการศึกษา >
ผลการประชุม ก.ค.ศ. 11/2561

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 11/2561
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้
 - เห็นชอบการย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อประโยชน์ของทางราชการ จำนวน 10 ราย ดังนี้
1) นายอาดุลย์ พรมแสง ผอ.สพป.สงขลา เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 2
2) นายณรงค์ ศรีละมุล ผอ.สพป.สตูล ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 3
3) นายนิพัฒน์ มณี ผอ.สพป.นราธิวาส เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 4
4) นายนพพร มากคงแก้ว ผอ.สพป.สงขลา เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.กำแพงเพชร เขต 2
5) นายมนูญ จันทร์สุข ผอ.สพป.ยะลา เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ระนอง
6) นายประหยัด สุขขี ผอ.สพป.นราธิวาส เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ. สพป.ราชบุรี เขต 2
7) นายนิตย์ พรหมประสิทธิ์ ผอ.สพป.สตูล ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 2
8) นายประสิทธิ์ หนูกุ้ง ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ สพป.สงขลา เขต 1 ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.สงขลา เขต 1
9) นายอรรถสิทธิ์ รัตนแคล้ว ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ สพป.พังงา ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.พังงา
10) นายธวัช แซ่ฮ่ำ ผอ.สพม.เขต 15 (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม. เขต 5 (สิงห์บุรี ลพบุรี ชัยนาท อ่างทอง)
- เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย พร้อมทั้งรายละเอียดแนบท้ายหลักเกณฑ์และวิธีการฯ โดยสรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้
1) ให้สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มให้กับครูผู้ช่วยเป็นเวลา 2 ปี ในสถานศึกษาที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง นับตั้งแต่วันที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู
2) กรณีครูผู้ช่วยที่ลาคลอดบุตร ลาป่วย ลาเข้ารับการตรวจเลือก หรือเข้ารับการเตรียมพล สามารถนับวันลาดังกล่าว รวมเป็นระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มได้ไม่เกิน 90 วัน หากลาเกิน 90 วัน ให้เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มตามจำนวนวันที่ลาเกินให้ครบ 2 ปี
3) ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม จำนวน 3 คน โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้ ผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นประธานกรรมการ ผู้ดำรงตำแหน่งครูในสถานศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจากภายนอกสถานศึกษา เป็นกรรมการ
4) ให้กรรมการฯ ประเมินเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องทุกหกเดือน รวม 4 ครั้ง เป็นเวลา 2 ปี
5) กำหนดให้มีผลการประเมินจากกรรมการทุกคนเฉลี่ยในแต่ละครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 ต้องมีคะแนนในแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
ครั้งที่ 2 ต้องมีคะแนนในแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
ครั้งที่ 3 ต้องมีคะแนนในแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
ครั้งที่ 4 ต้องมีคะแนนในแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
6) หากครูผู้ช่วยมีผลการประเมินในแต่ละครั้งต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินที่ ก.ค.ศ. กำหนด และผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เห็นว่าควรทบทวนการประเมิน ก็สามารถทำได้ และหากผลการประเมินยังต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยไม่สมควรให้รับราชการต่อไป ไม่ว่าจะครบกำหนดการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มหรือไม่ก็ตาม ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ดำเนินการสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการต่อไป
- อนุมัติจัดสรรคืนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ให้กับส่วนราชการต่าง ๆ โดยแบ่งตามสังกัด ดังนี้
1) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สถาบันวิทยาลัยชุมชน) จำนวน 4 อัตรา
2) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 76 อัตรา
3) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 3 อัตรา
4) สำนักงาน กศน. จำนวน 138 อัตรา
5) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 941 อัตรา
6) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 23,998 อัตรา
- เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกนี้ ใช้ในการคัดเลือกบุคคลเพื่อเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในวาระแรกเท่านั้น
2) ผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ต้องเป็นพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ หรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของหน่วยงานการศึกษา และปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันรับสมัครวันสุดท้าย มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และ มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตรงตามมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)
3) ให้ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการคัดเลือกโดยการประเมิน ตามองค์ประกอบดังนี้
3.1) ประเมินผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา และผลงานที่ประสบความสำเร็จ 40 คะแนน
3.2) แนวคิดในการพัฒนาศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 30 คะแนน
3.3) สัมภาษณ์ 30 คะแนน
4) ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องผ่านการประเมินทุกข้อตามข้อ 3 และได้คะแนนแต่ละข้อไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยเรียงลำดับจากผู้ได้คะแนนสูงสุดจากมากไปหาน้อย
5) ผู้ผ่านการคัดเลือกที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี
- เห็นชอบการกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสถาบันการอาชีวศึกษา และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวม 23 แห่ง จำนวน 1,390 อัตรา โดยอนุมัติให้กำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก/ศูนย์ ในสถาบันการอาชีวศึกษา และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร รวม 23 สถาบัน เป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น
- เห็นชอบ (ร่าง) แบบประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานฯ ในรอบการประเมินตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ซึ่งจะใช้สำหรับระบบการเลื่อนเงินเดือนแบบเปอร์เซ็นต์ (อ่านเพิ่มเติมที่ข่าว 359/2561)
Written by ดรุวรรณ บุญมาก
Rewriter/Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ
