17 มี.ค. 2569รวมลิงก์ประกาศผลการพิจารณาย้ายข้าราชการครูฯ (กรณีปกติ) ปี 2569 รอบที่ 1 ครบทุกเขตพื้นที่ทั่วประเทศ 17 มี.ค. 2569เกาะติด! ประกาศผลพิจารณาย้ายครู 2569 จังหวัดนครสวรรค์ (สพป.นว. 1-3 / สพม.นครสวรรค์) 16 มี.ค. 2569โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย รับสมัครครูอัตราจ้าง (Co-teacher) 3 อัตรา เงินเดือน 15,000 บาท 16 มี.ค. 2569ข่าวดีคนหางาน! ธนาคารออมสิน เปิดรับสมัครพนักงานหลายอัตรา ปี 2569 สมัครออนไลน์ 24 ชม. 16 มี.ค. 2569โรงเรียนบางปะอิน “ราชานุเคราะห์ 1” รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป เงินเดือน 15,000 บาท 16 มี.ค. 2569มาแรงอันดับ 1! วิธีเช็ค SGS ผลการเรียน 2569 ลิงก์ตรงเข้าสู่ระบบครูและนักเรียน 16 มี.ค. 2569โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ประกาศให้ข้าราชการครูและบุคลากรปฏิบัติงาน ณ ที่พำนัก (Work From Home) 16 มี.ค. 2569สพม.เพชรบูรณ์ กำหนด 5 มาตรการด่วน ลดใช้พลังงาน ให้ Work from Home งดดูงานต่างประเทศ รับวิกฤตตะวันออกกลาง เริ่มแล้ววันนี้ 16 มี.ค. 2569โรงเรียนวังใหญ่วิทยาคม สพม.เพชรบูรณ์ ประกาศ 7 แนวทางปฏิบัติราชการ Work from Home 16 มี.ค. 2569ศธจ.เพชรบูรณ์ ออก 5 มาตรการด่วน! ลดใช้พลังงานในหน่วยงาน ให้ Work From Home - หั่นเวลาเปิดแอร์ หวังลดค่าใช้จ่าย
ข่าวการศึกษา >
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 1/2559

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 1/2559
ศึกษาธิการ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2559 โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารฝ่ายการเมือง ผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เข้าร่วมประชุม เมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม 2559 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.)
1) งบประมาณกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็ก ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการตามนโยบายของรัฐบาล จากระบบ GFMIS ที่กรมบัญชีกลางใช้ติดตามงบประมาณ ณ วันที่ 4 มกราคม 2559 ในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณ 6,246 ล้านบาท สามารถเบิกจ่ายได้ 4,900.24 ล้านบาท (ร้อยละ 78.45) และคงเหลือยังไม่เบิกจ่าย 1,345.76 ล้านบาท (ร้อยละ 21.55) โดยในส่วนนี้เป็นรายการที่ก่อหนี้ผูกพันแล้วแต่ยังไม่เบิกจ่าย 2,031 รายการ จำนวน 742.02 ล้านบาท เป็นรายการที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ 256 รายการ จำนวน 150.49 ล้านบาท และคงเหลือจากการทำสัญญา จำนวน 453.25 ล้านบาท ซึ่งมีหน่วยงานที่เบิกจ่ายได้สูงสุด คือ สพฐ. สอศ. และ สป.ตามลำดับ ในส่วนของมหาวิทยาลัย มีมหาวิทยาลัยในสังกัดและในกำกับรวม 9 แห่ง ที่สามารถเบิกจ่ายได้ร้อยละ 100
2) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับงบประมาณรวมจำนวน 517,076 ล้านบาท โดยในไตรมาสที่ 1 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2559) มีผลการใช้จ่ายภาพรวมของกระทรวงจำนวน 158 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30.75 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการเบิกจ่ายตามมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
1) โครงการการประชาสัมพันธ์สร้างค่านิยมอาชีวศึกษา “อวด-ดี อาชีวะ” ที่ประชุมรับทราบการรายงานผลการประกวดการทำหนังสั้นของนักเรียนนักศึกษาอาชีวะ ภายใต้โครงการการประชาสัมพันธ์สร้างค่านิยมอาชีวศึกษา “อวด-ดี อาชีวะ” ซึ่ง สอศ.จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพและสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับมาตรฐานอาชีวศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการเรียนสายวิชาชีพที่มุ่งเน้นการมีงานทำทันทีหลังเรียนจบ และให้ได้เข้าถึงการบริการของอาชีวะ อันจะส่งผลให้สนับสนุนบุตรหลานมาเรียนสายอาชีวศึกษามากขึ้น
หลังจากนี้ สอศ.จะจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำหนังสั้นแก่ทีมนักเรียนนักศึกษา (4-5 คน) ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในปี 2558 มีนักเรียนนักศึกษาสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 73 ทีมจากทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับการอบรมและจัดทำหนังสั้นถ่ายทอดเรื่องราวของคนอาชีวศึกษาเพื่อส่งเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด คนช่างสร้างชาติ-สุดยอดนวัตกรรมอาชีวะ-สุดยอดฝีมือ-อาชีวะเปลี่ยนชีวิต โดยมีหนังสั้นผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 13 ทีม เงินรางวัลกว่า 3 ล้านบาท โดยผลงานที่ได้รับรางวัลสุดยอดผลงานอวด-ดี อาชีวะ และรับเงินรางวัล 50,000 บาท ได้แก่ ผลงานชื่อ “สุดยอดช่างน็อต ” จากวิทยาลัยเทคนิคท่าหลวงซิเมนต์ไทยอนุสรณ์ จังหวัดสระบุรี
2) โครงการอาชีวะอาสา ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการดำเนินโครงการอาชีวะอาสา ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ตอบสนองนโยบายรัฐบาล “สุขกาย สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย รับปีใหม่ 2559” ซึ่ง สอศ.ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ในการตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศรวม 250 จุด ในระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2559 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 00.30 น. โดยในส่วนของ สอศ.ได้รับสมัครนักเรียนนักศึกษาอาชีวะเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้บริการตรวจสภาพรถทุกชนิด แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่พัก บริการเครื่องดื่มและนวดผ่อนคลาย
สรุปผลการดำเนินโครงการ มีประชาชนให้ความสนใจและนำรถเข้ามารับบริการตลอด 7 วัน รวมทั้งสิ้น 40,943 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 21,447 คัน รถปิคอัพ 9,550 คัน รถเก๋ง 8,827 คัน รถตู้/รถแวน 882 คัน และรถอื่นๆ 237 คัน ทั้งนี้ สอศ.ได้จัดทำแบบสอบถามประชาชนที่เข้ามาใช้บริการอาชีวะอาสา พบว่ามีประชาชนนำรถมาตรวจสภาพเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 10,000 คัน โดยมีจำนวนรถจักรยานยนต์เพิ่มสูงที่สุด ในส่วนของนักเรียนนักศึกษามีความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเกินกว่าเป้าหมาย ทั้งนักศึกษาภาคปกติและนักศึกษาระบบทวิภาคี นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชนมาเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง รวมเป็น 12 แห่งด้วย
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
แนวทางการพัฒนาครูเขียนหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้ ที่ประชุมรับทราบแนวทางการพัฒนาครูเขียนหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้ ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. เพื่อพัฒนาครูให้สามารถเขียนหน่วย/แผนการจัดการเรียนรู้ได้ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของครูผู้สอนที่ต้องออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 และแผนการจัดการเรียนรู้ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อคุณภาพการสอน อาทิ ตัวผู้สอน เป้าหมายการสอน รูปแบบการสอน วิธีสอน การเสริมแรง การให้ข้อมูลย้อนกลับ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ที่จะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในสภาพความเป็นจริงมีครูเพียงส่วนน้อยที่เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะครูบางส่วนใช้แผนของเอกชนและบางส่วนก็สอนตามประสบการณ์ ดังนั้น สพฐ. จึงตระหนักในความสำคัญของการเขียนหน่วยและแผนการเรียนรู้ เพื่อให้การสอนของครูมีทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน จึงเสนอแนวทางการพัฒนาครูใน 2 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 “ทำให้ใช้” การจัดทำหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้ ชั้น ป.1-ม.3 เผยแพร่ทาง DLTV เพื่อให้ครูนำไปใช้และเกิดการเรียนรู้จากการใช้จริง
ขั้นตอนที่ 2 “พาทำ” โดยดำเนินการในหลายส่วน คือ 1) เปิดรับสมัครครูผู้สอนเพื่อเข้ารับการพัฒนาตามความสมัครใจ 2) การพัฒนาแบบออนไลน์ 3) จัดทำคลิปวีดิโอนำเสนอตัวอย่างการออกแบบแผนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบคละชั้น (BBL) การสอนแบบ Project-based Learning การสอนแบบ Problem-based Learning 4) มี Teaching Resource ที่จำเป็นต้องใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ 5 โมดูล ได้แก่ ห้องเรียน DLTV คลังสื่อการสอน การพัฒนาวิชาชีพครู คลังข้อสอบ และห้องสมุดดิจิทัล พร้อมทั้งเสริมเทคนิคการตั้งคำถาม เทคนิคการสอน ตัวอย่างชิ้นงาน/ภาระงาน 5) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อพัฒนาศึกษานิเทศก์หรือครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญ ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญอาสาที่จะทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะและเติมเต็มในการพัฒนาครู
ในการนี้ ที่ประชุมได้เสนอให้มีการทบทวน/ปรับปรุงแนวทางการพัฒนาให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน ผลิตและพัฒนาเนื้อหาหรือตัวอย่างที่ดี ทันสมัย และมีการทดสอบความเที่ยงตรงก่อนนำไปใช้จริง ตลอดจนนำแผนการเรียนรู้ของเอกชนที่ดีๆ มาเป็นตัวอย่างในการพัฒนา
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 6 มกราคม 2559



