ก.ค.ศ. มีมติเห็นชอบร่างเกณฑ์การย้าย เปลี่ยนตำแหน่ง และโอนข้าราชการครูฯ พ.ศ. 2569 (ยกเลิก ว12/2566)

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในวาระสำคัญเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล โดยเฉพาะการปรับปรุงหลักเกณฑ์การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดข้อจำกัดจากเกณฑ์เดิม
เห็นชอบร่างประกาศ ก.ค.ศ. หลักเกณฑ์การย้ายใหม่ (ยกเลิก ว12/2566)
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศ ก.ค.ศ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง และการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และการย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ ไปบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) พ.ศ. 2569
สืบเนื่องจากการใช้หลักเกณฑ์เดิมตาม ว 12/2566 มาระยะหนึ่ง พบว่ามีข้อจำกัดบางประการ เช่น การกำหนดให้ต้องดำเนินการย้าย เปลี่ยนตำแหน่ง และโอน ตามลำดับ ทำให้ใช้เวลานานและจำกัดทางเลือกในการบริหารตำแหน่งว่าง นอกจากนี้ยังไม่มีการกำหนดปฏิทินที่ชัดเจนและเป็นระบบ รวมถึงมีข้อจำกัดในการย้ายต่อเนื่อง
สาระสำคัญของการปรับเกณฑ์ย้ายใหม่ พ.ศ. 2569
- เพิ่มความยืดหยุ่นในการสรรหา: สำหรับตำแหน่งระดับปฏิบัติงานถึงชำนาญการ เปิดให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง สามารถเลือกวิธีการย้าย เปลี่ยนตำแหน่ง หรือรับโอนได้อย่างเหมาะสม โดยสามารถพิจารณาหลายวิธีพร้อมกันได้ (แต่ต้องระบุเหตุผลความจำเป็น)
- ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ: ยังคงให้ความสำคัญกับบุคลากรภายใน โดยพิจารณาการย้าย เปลี่ยนตำแหน่ง และรับโอนตามลำดับ
- ปลดล็อกการย้าย: เปิดให้มีการย้ายต่อเนื่องได้ และให้ส่วนราชการกำหนดปฏิทินการดำเนินการได้ตามบริบทและภารกิจ เพื่อให้การบริหารบุคลากรมีความต่อเนื่อง
- เงื่อนไขด้านระยะเวลา: ผู้ขอย้ายหรือเปลี่ยนตำแหน่ง ต้องดำรงตำแหน่งปัจจุบันมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 ปี ส่วนผู้ขอโอนต้องดำรงตำแหน่งมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ปี (เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นเป็นพิเศษ) เพื่อสร้างเสถียรภาพและลดการเคลื่อนย้ายในเวลาอันสั้น
ทั้งนี้ การดำเนินการยังคงหลักการประเมินความเหมาะสม คุณสมบัติ ตลอดจนการกลั่นกรองโดยคณะกรรมการ เพื่อให้โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารอัตรากำลัง โดย ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์เดิมตาม ว 12/2566
อ่านรายละเอียดมติ ก.ค.ศ. ฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ค.ศ.
คลิกที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดฉบับเต็ม