“ประเสริฐ” รื้อสูตรการศึกษา ลดเหลื่อมล้ำ–คืนเวลาครู ปักหมุดปี 70 เปลี่ยนใหญ่ทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ที่ปรึกษาฯและผู้บริหารองค์กรหลัก และข้าราชการ กระทรวงศึกษาธิการได้เดินทางตรวจราชการที่จังหวัดกาญจนบุรี
นายประเสริฐ กล่าวระหว่างการมอบนโยบาย ที่โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม จังหวัดกาญจนบุรี ว่า กาญจนบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งเปิดโอกาสให้พื้นที่และสถานศึกษาสามารถ "คิดใหม่-ทำใหม่" ออกแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะกับบริบทของตนเอง และมีศักยภาพพัฒนาเป็นแม่แบบด้านการศึกษาในอนาคต
เปิด 5 นโยบายสำคัญ รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นโยบายสำคัญ 5 เรื่องโดยเฉพาะการรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำทั้งด้านงบประมาณและโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้เด็กได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเรียนอยู่ที่ใดหรือมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วย
- Thailand Zero Dropout: ตั้งเป้าดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบกลับเข้าสู่การศึกษาและลดเด็กหลุดจากระบบให้เป็นศูนย์ ยกระดับโอกาสการเรียนรู้ของนักเรียน ผ่านทุน ODOS
- ดันครัวกลาง Cloud Kitchen: เพื่อลดภาระครู ไม่ให้ครูต้องกลายเป็น "ครูแม่ครัว" หรือรับภาระงานจัดซื้อจัดจ้างจนกระทบหน้าที่หลักในการสอน
- ซูเปอร์แอป Edu Pass: กระทรวงศึกษาธิการจะเดินหน้า "คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก" ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาลดงานเอกสาร โดยตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 จะเริ่มเห็นความชัดเจนของการเชื่อมโยงฐานข้อมูลนักเรียน ครู และหน่วยงานใน ศธ.
- เรียนรู้สู่โลกความจริง: ให้เด็กค้นพบความถนัดและเส้นทางของตัวเอง เชื่อมการเรียนกับทักษะ อาชีพ การทำงาน และชีวิตจริง ไม่จำกัดว่าทุกคนจะต้องเดินตามเส้นทางการศึกษาแบบเดียวกัน
ยกระดับความปลอดภัย และ กม.การศึกษาใหม่
ส่วนเรื่องความปลอดภัย นายประเสริฐ กล่าวว่า โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยบทเรียนจากเหตุการณ์ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องยกระดับระบบป้องกันและดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.ความปลอดภัยในสถานศึกษา
นอกจากนี้ ศธ.ยังเร่งผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในเดือนธันวาคม และหากไม่มีอุปสรรค คาดว่าจะประกาศใช้ได้ประมาณ กลางปี 2570
