14 มี.ค. 2569โซเชียลแห่ชื่นชม! สพป.สงขลา เขต 3 ไม่หักเปอร์เซ็นต์เลื่อนเงินเดือน คืนงบ 3% ให้ รร. จัดการเต็ม 100% 14 มี.ค. 2569คํานวณเงินเดือน ครู คศ.5 ปี 2569 ฐานใหม่ อัปเดตล่าสุด กรอกเปอร์เซ็นต์รู้ผลทันที 14 มี.ค. 2569คํานวณเงินเดือน ครู คศ.4 ปี 2569 ฐานใหม่ อัปเดตล่าสุด กรอกเปอร์เซ็นต์รู้ผลทันที 14 มี.ค. 2569คํานวณเงินเดือน ครู คศ.3 ปี 2569 ฐานใหม่ อัปเดตล่าสุด กรอกเปอร์เซ็นต์รู้ผลทันที 14 มี.ค. 2569คํานวณเงินเดือน ครูผู้ช่วย ปี 2569 ฐานใหม่ อัปเดตล่าสุด กรอกเปอร์เซ็นต์รู้ผลทันที 14 มี.ค. 2569คํานวณเงินเดือนครู 2569 ฐานใหม่ อัปเดตล่าสุด กรอกเปอร์เซ็นต์รู้ผลทันที - ระบบเลื่อนเงินเดือน แจกไฟล์ Excel และแนวทางบริหาร Payroll 14 มี.ค. 2569คํานวณเงินเดือน ครู คศ.2 ปี 2569 ฐานใหม่ อัปเดตล่าสุด กรอกเปอร์เซ็นต์รู้ผลทันที 14 มี.ค. 2569คํานวณเงินเดือน ครู คศ.1 ปี 2569 ฐานใหม่ อัปเดตล่าสุด กรอกเปอร์เซ็นต์รู้ผลทันที 14 มี.ค. 2569เสียงชื่นชมสนั่นโซเชียล! สพป.สงขลา เขต 3 ประกาศชัด ไม่บังคับส่ง "สถานศึกษาสีขาว" คืนเวลาให้ครู 14 มี.ค. 2569ผอ.-คุณครู สังกัด สพฐ. เช็กด่วน! 5 มาตรการลดพลังงาน สั่ง WFH ปรับแอร์ 26 องศา
ข่าวการศึกษา >
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 5/2566 วันที่ 25 เม.ย.2566

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 5/2566 วันอังคารที่ 25 เมษายน 2566 โดยมีนายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้
1. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้เลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ
สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 80 ได้กำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะต่อมาได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งและวิทยฐานะฯ ตาม ว 3/2564 โดยกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษเพียงวิทยฐานะเดียวที่ต้องผ่านการประเมินและต้องผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด จึงได้มีการกำหนด (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้เลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งสาระสำคัญของ (ร่าง) หลักเกณฑ์ฯ มีดังนี้
คุณสมบัติของผู้เข้ารับการพัฒนา
1) ดำรงวิทยฐานะเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี กรณีดำรงตำแหน่งครู ผอ.สถานศึกษา และศึกษานิเทศก์หรือ
2) ดำรงวิทยฐานะเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี กรณีดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด/กทม. และ ผอ.สช.จังหวัด
รูปแบบการพัฒนา
1) จัดทำข้อเสนอในการพัฒนาที่สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลง (Create an impact) ในตำแหน่งที่ดำรงอยู่ ตามแบบที่ ก.ค.ศ. กำหนด
2) พัฒนาโดยใช้วิธี Project-based Development โดยมี Coach ที่มีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญมีความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำ และขับเคลื่อนการพัฒนาจนบรรลุวัตถุประสงค์ของการพัฒนา ซึ่งผู้เข้ารับการพัฒนาสามารถเสนอชื่อ Coach ตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ได้ หาก Coach ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ สามารถขอเปลี่ยน Coach ได้
3) ระยะเวลาในการพัฒนา ไม่น้อยกว่า 4 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน หากยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของการพัฒนา สามารถขยายเวลาการพัฒนาได้
4) ให้มีคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนา ประเมินจาก 2 รายการ ได้แก่ (1) คุณภาพของงาน และ (2) ประโยชน์ของงาน ซึ่งผู้เข้ารับการพัฒนาต้องมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์เป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการ กรณีที่ไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถปรับข้อเสนอและขยายเวลาการพัฒนาได้ โดยการประเมินไม่กำหนดค่าคะแนน เนื่องจากเป็นการประเมินเพื่อการพัฒนา
ผลการพัฒนา
นำไปใช้ในการแต่งตั้งได้ภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ผ่านการพัฒนา
กรณีเปลี่ยนตำแหน่ง
กรณีเปลี่ยนตำแหน่งและผ่านการพัฒนาในตำแหน่งเดิมตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้แล้ว สามารถนำผลการพัฒนาที่ยังไม่หมดอายุไปใช้ในการแต่งตั้งได้ ทั้งนี้ ต้องไม่ก่อนวันที่ได้รับการอนุมัติให้เลื่อนวิทยฐานะ และไม่ก่อนวันที่ผ่านการพัฒนา
2. อนุมัติ การปรับเกณฑ์การตัดสินตามหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ ตาม ว 9 - ว 11/2564
ตามที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ตาม ว 9 - ว 11 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 และเปิดระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA) ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ยื่นคำขอผ่านระบบ DPA ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป นั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้พิจารณาแล้วมีความเห็น ดังนี้
เมื่อพิจารณาเทียบเคียงกับหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อเลื่อนตำแหน่งของข้าราชการประเภทอื่น ได้แก่ ข้าราชการพลเรือน ประเภทวิซาการ และคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งกำหนดขึ้นภายหลังจากที่หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 9 - ว 11/2564 ใช้บังคับ พบว่า เกณฑ์การตัดสินตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 9 - ว 11/2564 ที่กำหนดให้ต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนผ่านเกณฑ์ มีความเหลื่อมล้ำกับเกณฑ์การตัดสินของข้าราชการพลเรือน/คณาจารย์ที่กำหนดเกณฑ์ผ่านโดยใช้เสียงข้างมาก ประกอบกับหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 9 - ว 11/2564 เป็นการให้กรรมการประเมินได้มีการใช้ดุลยพินิจทางวิชาการในการให้คะแนนตามตัวชี้วัดและเกณฑ์การให้คะแนน ตลอดจนให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการประเมินตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดได้โดยอิสระผ่านระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA) โดยไม่มีการประชุมคณะกรรมการ และกรรมการแต่ละคนจะไม่ทราบผลการประเมินของกรรมการคนอื่นจึงมีความเป็นไปได้ที่ผลคะแนนของกรรมการแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันมาก อันเนื่องมาจากการที่คณะกรรมการไม่ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นเชิงวิชาการที่มีต่อผลงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ขอรับการประเมินร่วมกัน
ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรมกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และเพื่อให้การประเมินมีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน ก.ค.ศ. จึงได้พิจารณาอนุมัติ ดังนี้
1. ปรับปรุงเกณฑ์การตัดสินสำหรับการประเมินเฉพาะด้านที่ 1 และด้านที่ 2 ของตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ทุกวิทยฐานะ โดยกำหนดให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินต้องได้คะแนนผ่านเกณฑ์จากกรรมการไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 คน
2. เนื่องจากปัจจุบันได้มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาผลการประเมินตามเกณฑ์การตัดสินเดิมและมีมติไม่อนุมัติ หรืออยู่ระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและส่วนราชการนำเสนอผลการประเมินต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ดังนั้น จึงเห็นควรกำหนดแนวปฏิบัติในการนำผลการประเมินที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์การตัดสินเดิมมาพิจารณาใหม่ ดังนี้
2.1 กรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการได้แจ้งมติไม่อนุมัติไปแล้ว ให้ทบทวนผลการประเมินดังกล่าวแล้วแจ้งสำนักงาน ก.ค.ศ. เฉพาะกรณีมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์การตัดสินใหม่เพื่อปรับปรุงผลการประเมินในระบบ DPA และเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
2.2 กรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการยังมิได้นำเสนอผลการประเมินที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์การตัดสินเดิมต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ให้ทบทวนผลการประเมินตามเกณฑ์การตัดสินใหม่แล้วให้เสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณีเพื่อพิจารณาต่อไป
3. เห็นชอบการปรับปรุงรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 14/2563)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอปรับปรุงรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย (ว 14/2563) เนื่องจากได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลการสอบแข่งขันฯ เมื่อปี พ.ศ. 2563 ทั้งภาค ก ภาค ข และภาค ค แล้ว พบปัญหาในการดำเนินการหลายประเด็น รวมถึงเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 พ.ศ. 2565 ที่ได้กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษา ทำหน้าที่ด้านการบริหารงานบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนดไว้ จึงได้ขอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าวซึ่ง ก.ค.ศ. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่ากับงบประมาณแต่ยังคงหลักการในการสอบแข่งขันเพื่อให้ได้ครูที่เป็นคนเก่ง คนดีมีศักยภาพและทักษะในการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ส่วนราชการและหน่วยงานการศึกษา สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างคล่องตัว สอดคล้องกับสภาพบริบทและกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป จึงให้ปรับรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้
1. ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สศศ. เป็นผู้บริหารจัดการเกี่ยวกับการออกข้อสอบ ภาค ก และ ภาค ข โดย อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาอาจรวมกลุ่มกันตามที่ สพฐ.กำหนด สำหรับการบริหารจัดการเกี่ยวกับการออกข้อสอบ โดยให้สถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพทางการศึกษาและมีประสบการณ์ในการออกข้อสอบตามที่เห็นสมควรเป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบตามหลักสูตรที่กำหนดท้ายหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 14/2563 รวมทั้งจัดส่งข้อสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ และประมวลผลการสอบ
2. ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วิชาชีพ และการปฏิบัติงานในสถานศึกษา การประเมินด้านความสามารถการสอน ให้ประเมินจากการนำเสนอของผู้สมัครสอบแข่งขันที่แสดงถึงทักษะและศักยภาพด้านการจัดการเรียนการสอนในประเภทวิชา หรือกลุ่มวิชา หรือทางหรือสาขาวิชาเอกที่สมัคร ในรูปแบบและวิธีการต่าง ๆ ตามที่ผู้ดำเนินการสอบแข่งขันกำหนด โดยกำหนดระยะเวลาประเมินไม่เกิน ๒๐ นาที ต่อผู้สมัครหนึ่งราย
3. ยกเลิกเกณฑ์การประเมินและวิธีการให้คะแนน ภาค ค แบบรูบริค (Scoring Rubric)
4. ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน ภาค ค จำนวน 3 – 5 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 คน ครู 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 1 คน
5. มอบสำนักงาน ก.ค.ศ. ปรับแก้ไขรายละเอียดส่วนอื่นของหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ให้สอดคล้องกัน
4. การสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
เนื่องจากในขณะนี้เป็นช่วงการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงอาจมีประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาบางคนสมัครเข้ารับการเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล จึงเห็นควรขอความร่วมมือไปยังประธานฯหรืออนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ที่สมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร งดการเข้าร่วมประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นการชั่วคราว จนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศผลการเลือกตั้งฯ โดยให้ ผอ.สพท. ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้แจ้ง
5. การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเลื่อนเป็นวิทยฐานะศึกษานิเทศก์ เชี่ยวชาญพิเศษ
อนุมัติให้ นางจันทรา ด่านคงรักษ์ เลื่อนเป็นวิทยฐานะศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญพิเศษ
6. อนุมัติย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ไปดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 33 ราย
7. อนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและขึ้นบัญชีรอการบรรจุ ให้ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 124 ราย
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: สำนักงาน ก.ค.ศ. วันที่ 25 เมษายน 2566
