17 มิ.ย. 2569มาแล้ว! รวมลิงก์ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปี 69 ครบทุกเขตทั่วประเทศ (18 มิ.ย. 69) 17 มิ.ย. 2569สพฐ. ขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล พร้อมลุ้นผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 18 มิ.ย. 69 17 มิ.ย. 2569จับตา! นโยบาย "เออร์ลีรีไทร์" ข้าราชการ นักวิชาการแนะต้องปฏิรูปทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ลดคน 16 มิ.ย. 2569ข่าวดีเพื่อนครู! รมช.ศธ. จับมือ สมศ. ปรับการประเมินใหม่ ไม่ต้องปั่นเอกสารให้เหนื่อยอีกต่อไป 16 มิ.ย. 2569มาแล้ว! ประกาศเรียกบรรจุครูผู้ช่วย อาชีวะ (สอศ.) รอบ 10 (รายงานตัว 24-25 มิ.ย. 69) 15 มิ.ย. 2569กฟผ. จับมือ สพฐ. จัดโครงการห้องเรียนสีเขียว ปี 2569 ชิงทุนการศึกษากว่า 2.8 แสนบาท 15 มิ.ย. 2569ก.ค.ศ. จัดประชุม (ร่าง) กฎหมายลำดับรองฯ หวังปรับปรุงระเบียบงานบุคคลครูให้สอดคล้องกับปัจจุบัน 15 มิ.ย. 2569โรงเรียนบ้านโนนหัวบึง รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกประถมศึกษา หรือภาษาไทย (15-19 มิ.ย. 69) 15 มิ.ย. 2569โรงเรียนบ้านหนองเดิ่น รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกปฐมวัย (16-19 มิ.ย. 69) 15 มิ.ย. 2569รร.นวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รับสมัครครูอัตราจ้าง เอกคณิตศาสตร์ (15-21 มิ.ย. 69)
ข่าวการศึกษา >
ข้อบกพร่องการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น 2562

เมื่อ 14 กรกฎาคม 2562 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จัดสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) และ ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง(ภาค ข.) เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2562 ทั่วประเทศ ประเภททั่วไป จำนวน 21 ตำแหน่งประเภทวิชาการ จำนวน 22 ตำแหน่ง และตำแหน่งครูผู้ช่วย/ครูผู้ดูแลเด็ก จำนวน 20 ตำแหน่ง มีจำนวนผู้สมัครและมีสิทธิสอบ338,051 คน (พิการตา 4 คนสอบ ณ โรงเรียนเศรษฐเสถียร)พื้นที่ดำเนินการสนามสอบ 27 จังหวัด 17 ศูนย์สอบภาค/เขตสถานที่สอบ 192 แห่ง
กสถ.ชี้แจงแก้ข้อบกพร่องการสอบ
การสอบมีปัญหาทางเทคนิคข้อบกพร่องในการสอบท่ามกลางเสียงวิพากษ์ของผู้เข้าสอบภายหลังสอบเสร็จ ทันทีที่สื่อโซเซียลแพร่ข่าว อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (อ.สถ.) และ ประธาน กสถ. ได้ได้ออกประกาศชี้แจงทันทีในวันถัดไป ใน 4 ประเด็น คือ (1) ความคลาดเคลื่อน ในส่วนของ “ข้อแนะนำ” ซึ่งอยู่ที่ปกหน้าของแบบทดสอบ (2)มาตรฐานหรือเนื้อหาของข้อสอบที่มีข่าวว่ามีการใช้หรือ “คัดลอกจากข้อสอบเก่า” ของหน่วยงานอื่น (3) งบประมาณในการสอบแข่งขัน และ (4) หน่วยดำเนินการสอบแข่งขัน
อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้เข้าสอบ และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งบุคคลภายนอกที่เฝ้ามองอยู่ ทั้งคนท้องถิ่นเอง รวมองค์กรกลุ่มบุคคล เช่น กลุ่มหมาเฝ้าบ้าน (กลุ่มเอกชนตรวจสอบการทุจริต)ต่างอดไม่ได้ที่จะโต้แย้งคำแก้ข้อกล่าวหา (แก้ตัว) นี้ของสถ.หน่วยงานผู้จัดสอบ เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหาในความบกพร่องที่เกิดขึ้น คงพิจารณากันเฉพาะในส่วนที่เป็น“สาระสำคัญของเนื้อหา” (Substantive) เท่านั้น ในเรื่องของความผิดพลาดบกพร่องที่ยอมรับได้ หรือมีเหตุผลความจำเป็นรองรับ ที่เรียกว่า “การผิดตกยกเว้น” หรือ “การผิดหลงเล็กน้อย” ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย เพราะความบกพร่องเพียงเล็กน้อย หากแต่มีเป้าหมายใหญ่เพื่อปกป้องความทุจริตที่อาจเกิดขึ้นถือว่าคุ้มแล้ว แต่ในความมลทินหม่นหมองนั้น คนที่กล่าวหาเขาจะยอมรับได้เพียงใด เพราะ หากเป็นความบกพร่องที่เล็กน้อยก็จริง แต่มีผลกระทบต่อระบบความน่าเชื่อถือศรัทธาของประชาชน ก็ต้องแก้ไขกันที่ระบบ ที่ต้นเหตุต้นทางแห่งปัญหา หรือที่ กสถ. ชี้แจงว่า ทั้งต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำทั้งหมด ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นข้อสงสัย
นอกจากนี้ การกล่าวหาพาดพิงไปถึงหน่วยงานอื่น หรือบุคคลอื่นที่เป็นบุคคลที่สาม (ไม่ได้เกี่ยวข้อง) ก็เป็นประเด็นหนึ่ง เพราะมีการกล่าพาดพิงไปถึง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”ที่มามีชื่อปรากฏในกระดาษข้อสอบแข่งขันประหนึ่งในฐานะเป็นหน่วยงานที่ออกข้อสอบให้ผู้เข้าสอบ “ยอมรับเงื่อนไขตามที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กำหนดไว้”
มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยดำเนินการสอบแข่งขัน
การจัดการสอบครั้งนี้ใช้ระบบมอบหมายให้หน่วยงานทางวิชาการ (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) เป็นผู้ดำเนินการ หรือเรียกว่า “หน่วยดำเนินการสอบแข่งขัน” ภายใต้การกำกับของกสถ. ตามประกาศ ก.กลาง ที่ได้รับมอบหมายจากคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 8/2560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตในการสอบแข่งขัน และปัญหาการใช้ระบบอุปถัมภ์ฯ ที่มีการประมูลจ้างคัดเลือกมหาวิทยาลัยในการออกข้อสอบ ตามที่ กสถ. กำหนด TOR ไว้ตามสัญญา ประเด็นคือ“ความรับผิดชอบ” ในฐานะผู้รับจ้างโดยมิใช่หน่วยงานทางปกครองที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายทางปกครองเพียงใด ค่าปรับตามสัญญาเพียงพอสมดุลกับความเสียหายเชิงระบบหรือไม่ เพราะ กสถ. ไม่สามารถบังคับกำกับมหาวิทยาลัยผู้รับจ้างได้ในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่ กสถ. สามารถสั่งการราชการแก่ข้าราชการผู้เกี่ยวข้องได้ เช่น การคัดเลือกคนมาเป็นกรรมการต่าง ๆ ได้เป็นต้น มองอีกมุมว่าเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจให้มาก เพื่อมิให้เกิดความบกพร่องเสียหายได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน คุณภาพ ศรัทธา ความน่าเชื่อถือและภาพพจน์ มิใช่เพียงทำไปให้แล้วเสร็จไปเท่านั้น หากมีประเด็นข้อพิพาทเกิดขึ้นก็ต้องมีผู้ถูกฟ้องคดี และต้องรับผิดทางละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานราชการได้
ยอดกำไรสุทธิจากเงินค่าธรรมเนียมสอบจึงมีเห็นๆ ด้วยยอดจำนวนผู้สมัครสอบเป็นเรือนแสน เช่น การสอบแข่งขันท้องถิ่นประจำปี 2560 มีจำนวนสูงมากถึง 627,975 คน (คิดจากยอดที่สมัครและได้ชำระค่าธรรมเนียมสอบแล้ว) แน่นอนว่า จึงเหลือเงินค่าธรรมเนียนส่งเข้าเป็นงบประมาณแผ่นดินถึงกว่า 50 ล้านบาท แต่ยอดผู้สมัครสอบปี 2562 จำนวน 338,051 คน ด้วยค่าจ้างประมูลจำนวน 92 ล้านบาท ผู้ดำเนินการสอบก็ยังเหลือเงินส่วนต่างจากค่าธรรมเนียมการสอบรายละ 300 บาท คิดเป็นเงินงบประมาณรับทั้งหมดกว่า 101 ล้านบาทเศษ คือยังไงก็ไม่ขาดทุน
รูปแบบการสอบแปรเป็นว่า มีการออกข้อสอบที่ยากขึ้นเพราะมีมาตรฐานสูงมากขึ้น การเลือกล็อกเป้าหมายคนสอบเพื่อไม่ให้สอบได้ง่าย การทุจริตในรูปธรรมจากการสอบยากขึ้นแม้ในขั้นตอนการสอบสัมภาษณ์ภาค ค. ก็ยากขึ้น การปล่อยคะแนนสอบสัมภาษณ์ก็มิได้กระทำได้ เพราะมีเกณฑ์กติกาการให้คะแนนสัมภาษณ์ที่รัดกุมไม่ให้คะแนนของผู้เข้าสอบแตกต่างกันมากกว่าร้อยละ 6-10 เป็นต้น ผลประโยชน์มหาศาลจากค่าธรรมเนียมการสอบย่อมตกแก่ผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นธรรมดา จึงอาจมี “การทับซ้อนในผลประโยชน์ทางวิชาการ”ได้
แก้กันที่ปลายเหตุหรือไม่
ด้วยมาตรฐานเดิมที่ อปท. เป็นหน่วยดำเนินการสอบแข่งขันที่หย่อนยานไม่ได้แก้ปัญหาเด็กเส้นในการสอบของอปท. คำสั่ง หน. คสช.ที่ 8/2560 จึงมีหลักการสำคัญกำหนดให้ก. กลาง ท้องถิ่น เข้ามาทำหน้าที่เกี่ยวกับการสอบแข่งขัน การคัดเลือก การสอบคัดเลือก และการโอนข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม ขจัดระบบอุปถัมภ์ที่เป็นปัญหาของการทุจริตออกไป
ข้อเด่นของการอ้างอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าวค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์ เพราะมีการกำหนดเงื่อนไขการสอบกดดันผู้เข้าสอบแข่งขัน โดยการตั้งกติกาหลักการที่ขัดต่อระบบคุณธรรมได้ เช่น เงื่อนไขการบรรจุที่ไปลดขั้นเงินเดือนของผู้ที่ขอรับรองบัญชีของผู้ที่เป็นข้าราชการอยู่แล้วไปสอบ เพื่อนำบัญชีที่สอบได้มาปรับตำแหน่งให้สูงขึ้นในตำแหน่งคนละสายงานคนละแท่ง เป็นต้น โดยลืมนึกไปว่าปัญหาที่แท้จริงก็คือ ตัวพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ที่ออกแบบไว้ให้อำนาจแก่นายก อปท. มาเกินนั่นเอง การที่ไม่สามารถแก้ไขกฎหมายดังกล่าวได้ จึงเป็นปัญหาที่ถูกหมกดองมานานร่วม 20ปีแล้ว หรือว่า ที่อุตส่าห์แก้กันนี่เป็น “การแก้กันที่ปลายเหตุมิใช่ต้นเหตุ”
ปัญหามิใช่ อปท. มีคนไม่พร้อม แต่ส่วนกลางมีความจริงใจการกระจายอำนาจหรือไม่ต่างหาก การไม่ยอมปฏิวัติโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินเสียใหม่โดยการจัดสรรอำนาจระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้พอดีกันนี่ก็คือปัญหา อำนาจหน้าที่ส่วนภูมิภาคส่วนท้องถิ่นและระหว่างท้องถิ่นด้วยกันเองมันจึงซ้ำซ้อนแย่งงานกันทำอยู่แบบทุกวันนี้จังหวัด อำเภอ อบจ. เทศบาล อบต. ปัจจุบันจึงโยนงานที่หน่วยงานตนไม่ได้ประโยชน์ออกไปให้ระดับล่างให้มากที่สุดอย่างขาดหลักเกณฑ์และกติกาที่ถูกต้อง ชัดเจนว่าเป็นปัญหาของส่วนกลาง มิใช่ปัญหาของการวิ่งเต้นเส้นสายการสอบเพื่อให้ได้รับการบรรจุ ที่เป็นเพียงมายาคติที่ปลายเหตุเท่านั้น เพราะข้าราชการท้องถิ่นมีคุณภาพ มีประสบการณ์ความสามารถทำงานจริง ลงพื้นที่จริง ช่วยเหลือชาวบ้านจริง ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่อาจมีข้าราชการส่วนหนึ่งที่มีความคับแค้นใจมีอคติต่อท้องถิ่น ต่อนักการเมือง ต่อระบอบประชาธิปไตย ไม่รักเคารพศรัทธาใน อปท.ที่สังกัด ไม่รักบ้านที่อยู่ของตัวเอง ถือเป็นข้อยกเว้น อปท. แต่ละแห่งมีบริบทที่แตกต่างกันไป แต่เชื่อว่า อปท.เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนที่สามารถแก้ไขปัญหาประชาชนได้ดีที่สุด รากฐานการพัฒนาประเทศชาติมันต้องเริ่มจากจุดเล็กจุดเริ่มต้นที่เรียกว่าท้องถิ่น การทำงานเพื่อแผ่นดิน ด้วยอุดมคติของข้าราชการที่ต้องการพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดของตนเองให้ยั่งยืนจึงจำเป็น เพราะ “ข้าราชการเป็นหนี้แผ่นดินเกิด ต้องทำงานแทนคุณแผ่นดิน”
ความเชื่อมั่น ศรัทธา และความเชื่อถือต่อสาธารณชน
การแก้ไขอุปถัมภ์โดยเปลี่ยนแก้กันที่วิธีการสอบแข่งขันโดยเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการสอบ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจากที่ให้อปท. ดำเนินการได้ จังหวัดดำเนินการได้ มาให้ส่วนกลาง(ก.กลาง) ดำเนินการหาได้เป็นการแก้ไขปัญหาระบบคุณธรรมระบบอุปถัมภ์ที่ถาวรไม่ เมื่อท้องถิ่นมีปัญญาเปิดสอบเอง แต่มีการทุจริตจึงยึดอำนาจมาให้ส่วนกลาง แต่ครั้นส่วนกลางทำกลับเกิดมีปัญหาอีกอย่าง มันเป็นปัญหาที่ไม่รู้จบมีได้ตลอดเพราะไม่ตรงจุด ที่จริง สถ. ไม่มีเจตนาจะให้ผิดพลาดที่กลัวการทุจริตมากจึงเกิดความบกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจคาดคิด ส่วนหนึ่งเกิดจากมหาวิทยาลัยผู้รับจ้าง ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการกำกับดูแลของ สถ. ผู้ว่าจ้าง ที่ปล่อยปละละเลยให้มหาวิทยาลัยไปดำเนินการทั้งหมด ขาดความใส่ใจกำกับดูแลและไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์ในจุดที่ไม่น่าเกิดเช่นนี้ ล้วนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ศรัทธา และความเชื่อถือของสาธารณชนมาก
ก่อนการสอบสื่อมวลชนได้ตีข่าวว่า การสอบแข่งขันท้องถิ่นนั้นเป็นวงจรอุบาทว์ที่จะเป็นข้าราชการท้องถิ่นต้องวิ่งเต้น โดยให้ข่าวการทุจริตเรียกรับค่าหัวสอบบรรจุท้องถิ่นถึงรายละ 4.5 – 6.5 แสนบาท ต้องล้างบางกันสักทีดีไหม การขจัดคนชั่วในระบบออกต้องใช้การล่อซื้อให้ได้หลักฐาน เพราะโจรก็คือโจรที่ไม่มีใบเสร็จหลักฐานเอาผิดได้ ที่จริงเรื่องนี้มีหลายวงราชการแต่ทุกหน่วยตรวจสอบโฟกัสมาที่ท้องถิ่นทั้งสิ้น และป่าวประกาศโทษคนท้องถิ่นว่าทุจริต การพาดหัวข่าวของสื่อทำให้ท้องถิ่นเสียหายได้
เกิดความบกพร่องของข้อสอบดราม่าข้อสอบขำๆ
มีความเป็นไปได้ เพื่อป้องกันการทุจริต เช่น ข้อสอบรั่วฯลฯ ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ข้อสอบก็ต้องออกให้ใช้คนน้อยที่สุด ใกล้ระยะเวลาสอบมากที่สุด เป็นสาเหตุที่เกิดความบกพร่องในการสอบแข่งขันท้องถิ่นขึ้นก็เพราะมาตรการป้องกันการทุจริตที่เข้มงวดนั่นเอง สมัยก่อนนั้นการสอบแข่งขันที่ดำเนินการโดยท้องถิ่นเองมีข่าวแพร่หลายขึ้นชื่อว่าทุจริตและส่วนใหญ่ก็ทุจริตกันจริงเป็นรูปธรรม ต่อมาการสอบแข่งขันปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบการสอบไป เพราะมีการดำเนินการโดยส่วนกลาง การทุจริตการสอบตรงจึงไม่มี มันแปรรูปไปอย่างอื่น เป็นการจ้างสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยดำเนินการสอบทั้งหมด
หลายอย่างคงเป็นประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้แก้ไข อย่าให้เกิดซ้ำอีก ด้วยคุณภาพและมาตรฐาน ในปัญหาตัว “ข้อสอบหรือแบบทดสอบ” ที่เกิดขึ้น ข้อมูลจากผู้ข่าวสอบที่เผยแพร่ตามไลน์ ตามสื่อโซเซียล เป็นข่าวดรามาข้อสอบว่าพิมพ์พลาดผิดเยอะ อาจงง ทำให้การแปลความหมายตีความโจทย์ข้อสอบและตัวคำตอบที่ผิดพลาดไป เข้าใจความหมายเปลี่ยนไปหมดมีผลทำให้ต้องเดาข้อสอบ การพิมพ์ผิด พิมพ์ตก พิมพ์เกิน ไม่มีการตรวจทาน ทำให้ขาดคุณภาพในเรื่อง “ความเที่ยงตรงของข้อสอบ” (Validity) ขอยกมาดูเช่น ไม่ให้/ไม่ได้ , สารมารถ/สามารถ , สื่อปฏิกูล/สิ่งปฏิกูล , ทางเท่า/ทางเท้า, ตลาด เป็นตลอด, ก๊าซในสตรีออกไซด์, เขายอดบ้าน, ประเทศกัมพล,อริยสัตว์, แรง-เอา/แสงเงา, สีเบญจางค์/สีเบญจรงค์, สีอดอลิช์ก/สีอะคริลิค, ลายลดนั่ง/ลายรดน้ำ, โกชิก/โกธิค, ศาสนาศริสต์, สื่อปฏิกูล/สิ่งปฏิกูล, นโยบายประกันสุขภาพด้านหน้า/ถ้วนหน้า/ด่านหน้า, พละศึกษา(พลศึกษา), ผัวหาม(หาบ)เมียคอน ฯลฯ
อย่างไรก็ตามข้อสอบประเภทนี้อาจเป็นข้อสอบลวง หรือมีเจตนาลวงเพื่อให้ผู้สอบหลงผิด แต่การลวงข้อสอบนั้นก็ใช่ว่าจะลวงได้หมดทุกคำถาม เพราะ การเป็นการลวงที่ผิดพลาดจนความหมายเปลี่ยนแบบนี้ เช่น ลวงแล้วเข้าใจผิดตีความผิดหรือ ลวงจนความหมายยากจะตีความ หรือ ลวงแล้วทำให้ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง (ที่สุด) เป็นต้น
หวังกันว่า ที่ยกตัวอย่างข้างต้นผู้เข้าสอบจะได้คะแนนเพิ่ม/คะแนนฟรีกัน อาจมากถึง 10 ข้อหรือกว่านี้ คอยดูแล้วกันจะหมู่หรือจ่า เพราะประเด็นปลายเหตุมีคือ (1) การทุจริตในการสอบมีหรือไม่เพียงใด (2) ความบกพร่องที่เกิดใครต้องรับผิดชอบบ้าง(3) หลักเกณฑ์การสอบฯมีการแก้ไขที่ผิดจากหลักคุณธรรมหรือไม่
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันที่ 20 กรกฎาคม 2562