02 พ.ค. 2569เงินเดือน 21,780 บาท! ว.การอาชีพพรหมคีรี เปิดรับสมัครครู 1 อัตรา (สมัคร 14-20 พ.ค. 69) 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดชลบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดจันทบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดขอนแก่น ปี 2569 01 พ.ค. 2569ด่วน! รร.เพชรพิทยาคม รับสมัครงาน 6 อัตรา (ICT, ธุรการ, ช่าง, ภารโรง, แม่บ้าน) สมัคร 5-9 พ.ค. 69 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกำแพงเพชร ปี 2569 01 พ.ค. 2569ประกาศ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปี พ.ศ. 2569 จำนวน 223 อัตรา 01 พ.ค. 2569สพป.นครราชสีมา เขต 3 ประกาศเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 14 อัตรา และเตรียมขอใช้บัญชีข้ามเขต 9 อัตรา 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปี 2569
ข่าวการศึกษา >
เปิดเสรีตำราเรียน...มือใครยาวสาวได้สาวเอา

วารินทร์ พรหมคุณ
เปิดเสรีตำราเรียน...มือใครยาวสาวได้สาวเอา
พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 64 บัญญัติไว้ว่า "รัฐ" ต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่นวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่นโดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิต และมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
และหลักการส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนในการผลิตสื่อการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม โดยแนวปฏิบัติในการส่งหนังสือเรียน จะต้องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา(สวก.) เป็นผู้ตรวจก่อนว่า เนื้อหาของหนังสือตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551หรือไม่
..."ปกหน้า" จะต้องตรงตามรูปแบบของ สพฐ. กำหนด "ปกหลัง" เป็นใบอนุญาตที่ลงนามโดยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)โดยใบอนุญาตได้กำหนดให้ใช้คราวละ 5 ปี
การห่ำหั่นตำราเรียนเอกชน
...การเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีนั้น เป็นเรื่องที่ดีสำหรับทุกฝ่ายทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ แต่ถ้ามองลึกลงไปจะพบว่ามีการแข่งขันในตลาดหนังสือเรียนสูงมาก เพราะจำนวนเงินในจุดนี้นับเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ดังนั้น จึงเข้าสุภาษิตที่ว่า "มือใครยาวสาวได้สาวเอา" ใครมีกลยุทธ์เหนือกว่าคู่แข่งก็ต้องงัดออกมา เพื่อเป็นจุดขายของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า...จะรอดพ้นสายตาคู่แข่งได้เช่นกัน เพราะต่างก็มีกลยุทธ์ในการขายที่ไม่แพ้กัน
ดังที่มีข่าวให้เห็นเมื่อไม่นานมานี้ว่า มีสำนักพิมพ์เอกชนรายหนึ่ง ใช้กลยุทธ์ทางการค้าโดยผลิกวิกฤติเป็นโอกาส นำเรื่องการปรับปรุงแก้ไขหนังสือเรียนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านรัชกาลใหม่ ของ สพฐ.ในหมวดวิชาสังคมศึกษา ซึ่ง สพฐ.เองได้มีหนังสือขอให้ทุกสำนักพิมพ์แก้ไขเฉพาะเนื้อหาในเล่มเท่านั้น หากสำนักพิมพ์ไหนแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้จัดส่งต้นฉบับที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วมาให้ สพฐ.ตรวจทานความถูกต้องอีกครั้ง
...แต่ปรากฏว่าหน้าปกหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดและรายวิชาพื้นฐาน ของสำนักพิมพ์เอกชนรายนั้น ทำผิดกติกา!!! ใช้กลยุทธ์การขายไม่ตรงกับต้นฉบับที่ สพฐ.อนุญาตให้จัดพิมพ์
คือนำข้อความที่ สพฐ.อนุญาตว่ามีการแก้ไขแล้วมาขึ้นหน้าปกหนังสือ เพื่อให้โรงเรียนมีความมั่นใจว่าได้รับหนังสือที่แก้ไขถูกต้องแล้ว จึงเป็นสาเหตุให้สำนักพิมพ์อื่นๆ ร้องเรียนมายังกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ขอให้สำนักพิมพ์รายนี้ "ลบข้อความ" บนหน้าปกหนังสือที่มีข้อความคล้ายกับการโฆษณาว่าได้มีการปรับปรุงเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว ทุกสำนักพิมพ์ ได้มีการแก้ไขเช่นกันแต่ไม่ได้นำขึ้นปกโฆษณา
เรื่องนี้หากมองมุมที่ว่าสำนักพิมพ์เอกชนดังกล่าว ได้กระทำผิดสำเร็จแล้วหรือยัง เข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ เป็นโจทย์ที่ สพฐ.ต้องไปคิดต่อว่าหากเกิดการร้องเรียน ซ้ำว่า สพฐ.ไม่ดำเนินการใด ๆ จะเข้าข่ายรู้เห็นเป็นใจหรือไม่...แม้ว่าสำนักพิมพ์เอกชนดังกล่าว จะยอมแก้ไขหน้าปกหนังสือแล้วก็ตาม
อาณาจักรองค์การค้า สกสค.
ถ้าพูดถึงหนังสือเรียนเสรี ต้องมีชื่อของ"องค์การค้า"เข้ามาพัวพัน เดิมที "องค์การค้า" อยู่ภายใต้การกำกับของคุรุสภา ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีภารกิจการผลิต จำหน่าย และพัฒนาหนังสือ สื่อการเรียนการสอน ตรงตามหลักสูตรของ ศธ.รวมทั้งเป็นกลไกของ ศธ. ในการรักษาระดับราคาที่เป็นธรรมของหนังสือเรียนและสื่อการสอน
...อดีตที่ผ่านมา "องค์การค้า" ได้ยึดมั่นในภารกิจดังกล่าวลุล่วงดีตลอดมา ทั้งที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนการดำเนินงานจากรัฐบาล หรือหน่วยงานใด แต่สามารถทำกำไรได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และส่งมอบให้ "คุรุสภา" เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของคุรุสภา และจัดสรรอีกส่วนให้กับหน่วยงานในสังกัด ศธ. ควบคู่กันตั้งแต่ปี 2495 เป็นต้นมา ต่อมาเมื่อเกิด พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ในบทเฉพาะกาลมาตรา 83 กำหนดให้โอนองค์การค้าของคุรุสภา ไปเป็นของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) และกำหนดให้มีการปรับปรุงการบริหารจัดการองค์การค้า ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง และมีประสิทธิภาพสามารถแข่งขันอย่างเสรีได้
"องค์การค้าของ สกสค." ยังคงดำรงวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของ ศธ.ในเรื่องหนังสือ สื่อการสอน วัสดุอุปกรณ์การศึกษา และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเช่นเดิม
ปัจจุบันมีร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ 9 สาขา มีร้านเก่าแก่ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน มีร้านค้าตัวแทนกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้บริการจำหน่ายสินค้าทางการศึกษาและสินค้าอื่น อีกทั้งยังมีโรงพิมพ์องค์การค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ถนนลาดพร้าว ผลิตหนังสือเรียนสื่อการเรียนการสอน และรับจ้างพิมพ์งานทั่วไปและข้อสอบ รวมทั้งมีโรงงานผลิตอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ผลิตเครื่องแบบ เครื่องใช้นักเรียน ครุภัณฑ์ทางการศึกษา เครื่องจักรและวัสดุทางการพิมพ์
การฉ้อฉลในแดนสนธยา
การสาธยายถึงองค์การค้า...องค์กรที่พรั่งพร้อมด้วยทรัพยากรและอำนาจภายใต้การกำกับของรัฐ ความได้เปรียบในการแข่งขันสื่อเสรี ย่อมมีมากกว่า แต่ทว่ากลับมีแต่หนี้สินมากกว่า 5,000 ล้านบาท มีการทุจริตฉ้อฉลในการบริหารงาน...
วันที่ 23 ก.ย.2558 รัฐบาล คสช. มีหนังสือด่วนมากที่ คสช.(คตร.)/1292 แจ้งผลตรวจสอบฯ อนุมัติให้หน่วยงานของรัฐ โดยสรุปได้ว่า 1.ให้ สกสค.สอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้บริหาร ที่บริหารงานผิดพลาด ตลอดการเช่าซื้อเครื่องจักรพิมพ์ที่จ่ายค่าเช่าแพงเกินไป และการต่อสัญญาออกไปอีก
2 ปี ทำให้องค์การค้า เสียผลประโยชน์ 2.การเช่าเครื่องจักรพิมพ์ ให้ดำเนินการจนสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 3 ก.พ.2559
และ 3.ให้ ศธ.ให้ความช่วยเหลือและแก้ไขสภาพคล่อง อาจมอบให้องค์การค้าเป็นผู้จัดพิมพ์ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมถึงการจัดส่งให้กับโรงเรียนต่างๆ โดย ศธ.สนับสนุนงบฯ ที่รัฐอุดหนุนให้กับองค์การค้าโดยตรง
...ซึ่งอาจหมายความว่าองค์การค้าได้ลิขสิทธิ์การพิมพ์ และจำหน่ายหนังสือ ใน 3 กลุ่มสาระ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้มีอำนาจใน ศธ.จะสั่งการให้ สพฐ.สั่งโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศ ซื้อหนังสือเรียน 4 กลุ่มสาระหลักจากองค์การค้า ตามข้อเสนอของคณะทำงานแก้ไขปัญหาในองค์การค้าโดยจะด้วยอาศัยอำนาจตามคำสั่ง หรือกฎหมายฉบับใดก็ตามที แต่จะเชื่อได้อย่างไรว่า องค์การค้าจะนำเงินที่ขายหนังสือเรียน ซึ่งว่ากันว่าเป็นเงินกว่า 2,000 ล้านบาท มาเยียวยาปัญหาขาดทุนทุกบาททุกสตางค์ จะไม่มีการโกงโดยตั้ง "นายหน้า" หรือผู้ประสานการขายมารับเงินเปอร์เซ็นต์การขาย หรือไปจ้างวานโรงพิมพ์ภายนอก มารับงานแล้วรีดเงินใต้โต๊ะเหมือนที่เคยทำ
นี่เป็นแค่ตัวอย่างของความสูญเสียที่เกิดจากปัญหาการทุจริตบนเส้นทางขององค์การค้าที่มีมาตลอด
หายนะซ้ำซ้อน
เงื่อนปมทุจริตที่รัดแน่นจะแก้อย่างไร...ผ่านมาหลายมือยังทำอะไรไม่ได้ ยิ่งล่าสุด คณะกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (บอร์ด สสวท.) มีมติให้เปิดเสรีการผลิตและจัดจำหน่ายหนังสือเรียนและสื่อหลักอื่นๆ ของ สสวท. เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นไป
จากเดิมที่ สสวท.ลงนามบันทึกความร่วมมือกับองค์การค้า ในการให้สิทธิ์องค์การค้าเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหนังสือเรียนและสื่อหลักอื่น ๆ ของ สสวท. ซึ่งมีการทำสัญญากันมากว่า 30 ปีแล้ว...โดยสัญญาล่าสุดมีผลผูกพัน 2 หน่วยงานเป็นเวลา 5 ปี จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 17 มิ.ย.2561
ในข้อตกลงดังกล่าว ยังกำหนดว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดประสงค์จะขอยกเลิกบันทึกข้อตกลงนี้ ก่อนกำหนดต้องมีหนังสือแจ้งให้อีกฝ่ายทราบล่วงหน้า ก่อนวันบันทึกข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดไม่น้อยกว่า1 ปี ดังนั้นการที่ บอร์ด สสวท. มีมตินี้ออกมาก็เท่ากับเป็นการบอกเลิกสัญญา...ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 ปี
ถ้าเป็นจริงองค์การค้าจะต้องสูญเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า1,000ล้านบาท...นี่เป็นเพียงข้อมูลคร่าว ๆ ที่ยกตัวอย่างมาให้เห็นเท่านั้น งานนี้ "พิษณุ ตุลสุข" ว่าที่ ผอ.สกสค.คนใหม่ จะเข้าไปแก้ปัญหากันอย่างไรต้อง"จับตามอง"
ขณะที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ย้ำเสมอถึงจุดยืนที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ใครทำอะไรไม่ถูกต้องก็ต้องกลับไปแก้ไขให้ถูกต้อง
โดยในกรณีขององค์การค้า นั้นได้ให้นโยบายในมติบอร์ดองค์การค้าให้ไปทบทวนบทบาทหน้าที่ของตัวเอง เพราะตอนนี้ทุกคนก็ทราบว่าสถานะขององค์การค้า เป็นอย่างไร ถ้าจะมีการดำเนินธุรกิจต่อไปก็ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ ว่าจะดำเนินธุรกิจเรื่องอะไร แบบไหน ถึงจะอยู่รอด เพราะเท่าที่ไปดูไปเห็นมานั้นโรงพิมพ์องค์การค้าเก่าเกิน 20 ปีแล้ว จะมีความสามารถในการแข่งขันกับสำนักพิมพ์เอกชนได้หรือไม่
ในยุคตำราเรียนเสรีที่ต้องฟาดฟันแข่งขันกันนี้ องค์การค้ายังมีโอกาส ค่อนข้างมาก ซึ่งผู้เขียนมองว่าหากมีการกำหนดภารกิจขององค์การค้าให้ชัดเจน ในอนาคตจะทำหน้าที่อะไร เช่น งานการพิมพ์แบบเรียนต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อทดแทนมาตรการผูกขาด โดยอาจจะขอเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพียงผู้เดียว ในรายวิชาประวัติศาสตร์ หรือสังคมศึกษา เป็นต้น ส่วนรายวิชาอื่นๆ ก็ให้เป็นไปในลักษณะการค้าเสรี!!!
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันที่: 16 เม.ย. 60