02 พ.ค. 2569เงินเดือน 21,780 บาท! ว.การอาชีพพรหมคีรี เปิดรับสมัครครู 1 อัตรา (สมัคร 14-20 พ.ค. 69) 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดชลบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดจันทบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดขอนแก่น ปี 2569 01 พ.ค. 2569ด่วน! รร.เพชรพิทยาคม รับสมัครงาน 6 อัตรา (ICT, ธุรการ, ช่าง, ภารโรง, แม่บ้าน) สมัคร 5-9 พ.ค. 69 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกำแพงเพชร ปี 2569 01 พ.ค. 2569ประกาศ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปี พ.ศ. 2569 จำนวน 223 อัตรา 01 พ.ค. 2569สพป.นครราชสีมา เขต 3 ประกาศเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 14 อัตรา และเตรียมขอใช้บัญชีข้ามเขต 9 อัตรา 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปี 2569
ข่าวการศึกษา >
5 มหาวิทยาลัยดังภาคใต้ร้อง รบ.กำหนดเกณฑ์การสอบ “ขรก.ครู-ครูผู้ช่วย” ให้ชัดเจน

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - คณบดีด้านการผลิตครูจาก ม.อ. ม.หาดใหญ่ ม.ทักษิณ มรภ.ยะลา และ มรภ.สงขลา ไม่เห็นด้วยต่อวิธีการรับสมัครบุคคลเข้ามาเป็นข้าราชการครู และครูผู้ช่วยโดยไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ชี้นโยบายนี้ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมสำหรับบัณฑิตวิชาชีพครู 5 ปี และเรียกร้องให้คุรุสภา ดูแลบุคลากรครูของประเทศอย่างจริงจัง
วันนี้ (12 เม.ย.) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดเสวนา หัวข้อ “เส้นทางวิชาชีพครูจะไปทางไหน” เพื่อทบทวนมติการแก้ไขหลักเกณฑ์ และวิธีการสอบแข่งขันครูผู้ช่วย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2560 เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 ได้เปลี่ยนหลักเกณฑ์การบุคคลเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สำหรับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนที่คุรุสภาออกให้ สามารถสมัครสอบแข่งขันได้
โดยมีคณบดีคณะศึกษาศาสตร์จาก 5 สถาบันการศึกษาในภาคใต้ เข้าร่วมการเสวนาประกอบด้วย ผศ.ดร.เอกรินทร์ สังข์ทอง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผศ.ดร.ประภาศ ปานเจี้ยง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ผศ.ดร.เรวดี กระโหมวงศ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ผศ.ดร.กฤษฎา กุณฑล คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และ ผศ.ดร.ฆนัท ธาตุทอง อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังการเสวนากว่า 400 คน
การเสวนาได้กล่าวถึงกรณีการสอบครูผู้ช่วย ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีการปรับเปลี่ยนให้บุคคลที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี 4 ปี ซึ่งไม่มีใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพครู สามารถสอบแข่งขันได้เนื่องจากต้องการลดปัญหาการขาดแคลนครู และต้องการคนเก่งในสาขาวิชาโดยตรงนั้น ผศ.ดร.เอกรินทร์ สังข์ทอง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า คณบดีคณะศึกษาศาสตร์และคณะครุศาสตร์ที่เข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้ ต่างผิดหวังต่อนโยบายดังกล่าว แม้คณบดีบางคนจะเห็นด้วยในเชิงนโยบาย แต่ทุกคนไม่เห็นด้วยในวิธีปฏิบัติในการรับสมัครบุคคลเข้ามาเป็นข้าราชการครู และครูผู้ช่วย โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนรับรองจากครุสภา ก็สามารถสอบแข่งขันได้ เพราะนโยบายนี้ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมต่อบัณฑิตวิชาชีพครู 5 ปี
ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายถูกทาง แต่ไม่รอดูผลในระยะยาว ทุกคนต่างยืนยันว่าคนที่จะเป็นครูต้องผ่านกระบวนการมาตรฐานวิชาชีพครู เพราะคนที่มาประกอบวิชาชีพครู แต่ไม่ได้จบการศึกษาด้านวิชาชีพครู แม้จะเป็นคนเก่ง แต่ไม่มีจิตวิทยาในการสอนลูกศิษย์ และหลายสถาบันได้ใช้หลักสูตรการเรียนการสอนมาตรฐานเดียวกับต่างประเทศ สำหรับคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีโมเดลการผลิตครูแบบเดียวกับประเทศฟินแลนด์ บัณฑิตที่จบวิชาชีพครูต่างเรียนเนื้อหาเฉพาะทางกับอาจารย์สาขาวิชานั้นๆ โดยตรง
เช่น ครูที่จบวิชาเอกภาษาต้องเรียนเนื้อหาภาษากับอาจารย์สอนภาษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครูที่จบด้านวิทยาศาสตร์ เรียนเนื้อหาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์กับอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ ส่วนวิชาหลักสูตรการสอน จิตวิทยาความเป็นครู เรียนกับอาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งดำเนินการสอนมากว่า 50 ปี บัณฑิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงมีความรู้ในสาขาวิชาเฉพาะทาง พร้อมกับมีความพร้อมในวิชาชีพครู
ทางด้าน ผศ.ดร.ฆนัท ธาตุทอง อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา กล่าวว่า สถาบันที่ผลิตครูต้องบูรณาการศักยภาพในการผลิตครู และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ควรพัฒนาศักยภาพครูในมหาวิทยาลัย โดยไม่ยึดติดกับใบปริญญาบัตร งานวิจัยและผลงาน และไม่เห็นด้วยต่อการอบรมผู้ที่ไม่ได้เรียนวิชาชีพครูมาอบรมเพียงระยะเวลา 1 ปี เพราะผู้ที่เรียนครู 5 ปี ถูกปลูกฝังการมีความรู้ 11 มาตรฐาน และต้องปฏิบัติการสอนเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งใช้เวลา 5 ปี ในการปลูกฝังความเป็นครู นี่คือข้อแตกต่าง แต่นโยบายนี้ผู้ที่เรียนจบวิชาเอก 4 ปี สามารถสอนได้ทันที จึงไม่เชื่อว่าผู้ที่เรียน 4 ปี จะเป็นครูที่ดี เมื่อเทียบกับผู้ที่จบครู 5 ปี วิธีการเหล่านี้รัฐบาลทำผิดพลาด คนเหล่านั้นควรเป็นติวเตอร์มากกว่าเป็นครู
ในขณะที่ ผศ.ดร.เรวดี กระโหมวงศ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า ผิดหวังต่อนโยบายของรัฐบาล ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาสะสมมานาน ครูไม่ตรงวุฒิบ้าง ครูไม่ตรงวิชาเอกบ้าง เรามีหน้าที่ผลิตครูดี ครูเก่ง สอนดี สอนเก่ง เราสร้างได้ สิ่งที่เกิดขึ้นผู้บริหารไม่มีมุมมอง และกระทรวงศึกษาธิการไม่มองให้รอบ ทั้งๆ ที่ทุกหย่อมหญ้ามีข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการอยู่ รู้สึกสงสารลูกศิษย์ แต่เป็นโอกาสที่จะแสดงให้สาธารณะเห็นว่า ผู้ที่เรียนครู 5 ปี มีความพร้อมของวิญญาณความเป็นครูที่ดีกว่าผู้ที่เรียน 4 ปีแน่นอน
ผศ.ดร.กฤษฎา กุณฑล คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวว่า ผิดหวังต่อมติรัฐบาล แต่ขอให้เป็นมติที่ชัดเจน สงสารลูกศิษย์จะเป็นครู 5 ปี หรือ 4 ปี ขอมติ ครม.ที่ชัดเจน และไม่ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ควรเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์โดยขาดการวิเคราะห์ที่ชัดเจน
ผศ.ดร.ประภาศ ปานเจี้ยง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ กล่าวในฐานะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชนว่า หลักสูตรกว่าจะผ่านต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่เมื่อมีปัญหาคุรุสภาไม่ได้เป็นปากเสียงแทนสถาบันการศึกษา และสงสารลูกศิษย์ รัฐควรมีนโยบายที่ชัดเจนแน่นอน เป็นมาตรฐาน พร้อมทั้งกล่าวว่า ต้นแบบที่ดีในการผลิตครูคือ ครูเรียนวิชาเนื้อหาจากครูที่เชี่ยวชาญจากคณะสาขาวิชาเฉพาะทาง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยกฐานะวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง เพราะครูเป็นผู้ผลิตคนทุกสาขาอาชีพ
นอกจากนี้ คณบดีทั้ง 5 สถาบันต่างเรียกร้องให้คุรุสภา ดูแลบุคลากรครูของประเทศอย่างจริงจัง ต้องยกฐานะวิชาชีพครูให้เทียบเท่าวิชาชีพทางการแพทย์ ครุสภาต้องคงศักดิ์และสิทธิ์ของวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูงตลอดไป เพราะจิตวิญญาณของความเป็นครูต้องใช้เวลาบ่มเพาะ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ และเป็นครูที่สมบูรณ์แบบ ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องวิเคราะห์ข้อมูลอัตรากำลังข้าราชครู และครูผู้ช่วยให้ชัดเจน เพราะข้อมูลที่ไม่อยู่ไม่ตรงกับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 12 เมษายน 2560 19:21 น. (แก้ไขล่าสุด 13 เมษายน 2560 10:00 น.)